การปรับปรุงแก้ไขระบบจราจร เพื่อทำให้เชียงใหม่เป็นเมืองจักรยาน

                                                                                                      นิรันดร  โพธิกานนท์

                                                                                                      ที่ปรึกษาชมรมจักรยานวันอาทิตย์เชียงใหม่

                    ตั้งแต่เดือนกันยายน ๒๕๕๗ เมืองเชียงใหม่เริ่มมีสัญญาณจากทางจังหวัด ที่เริ่มให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(สนง.ปภ.)จังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้จัดประชุมภาคประชาชนร่วมกับหน่วยงานราชการและองค์กรปกครองท้องถิ่นเสนอความคิดว่าทำอย่างไร เมืองเชียงใหม่จะเป็นเมืองที่มีการใช้จักรยานกันได้อย่างปลอดภัยเป็นจริงเป็นจังตามนโยบายของทางรัฐบาล คสช. ซึ่ง ครม.ของรัฐบาลก่อนหน้านั้นได้รับข้อเสนอทางยุทธศาสตร์จากสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ที่จะขับเคลื่อนให้การใช้จักรยานในทุกจังหวัดเป็นวาระแห่งชาติไปก่อนแล้วแต่ยังมิได้มีการดำเนินการใดๆ

การทำให้เมืองเชียงใหม่ทั้งอำเภอเมือง หรือทั้งเขตเทศบาลนครเชียงใหม่เป็นเมืองแห่งการใช้จักรยานนับว่าเป็นเรื่องยาก เพราะตั้งแต่ชมรมจักรยานวันอาทิตย์เชียงใหม่เริ่มขับเคลื่อนให้มีทางจักรยานหรือช่องเดินรถจักรยานในถนนบางสายมาในระหว่างปี พ.ศ.๒๕๔๑-๒๕๔๓ ก็ไม่เคยปรากฎว่าเมืองเชียงใหม่จะสามารถห้ามการจอดรถกีดขวางในทางหรือช่องเดินรถจักรยานที่ทำขึ้นมาได้ รวมทั้งไม่มีนโยบายห้ามการจอดรถในช่องเดินรถจักรยานหรือมีการจัดระเบียบการจอดรถบนถนนสายวัฒนธรรมเชียงใหม่-สันกำแพงที่ลงทุนไปกว่า ๒๐๐ ล้านบาทด้วย และเมื่อมีการขุดร่องบนถนนต่างๆวางท่อประปาในช่วงเวลานั้นแล้วเสร็จ ทางหรือช่องเดินรถจักรยานก็หายไป ประธานชมรมจักรยานวันอาทิตย์เชียงใหม่ในช่วง พ.ศ.๒๕๔๓ – ๒๕๔๗ กับชมรมแนวร่วมและหน่วยงานของรัฐซึ่งสนับสนุนการใช้จักรยานจึงเสนอแนะการทำเส้นทางจักรยานในถนนจราจรทางเดียว ซึ่งตลอดฟากขวาของถนนช้างม่อย ถนนลอยเคราะห์และส่วนใหญ่ของถนนเจริญประเทศ เป็นฟากถนนที่ตำรวจจราจรห้ามจอดรถตลอดเวลาอยู่แล้วหรือห้ามจอดในเวลาเร่งด่วน(๖-๙ น.และ ๑๕-๑๘ น.) ดังนั้นการมีช่องเดินรถจักรยานบนฟากขวาดังกล่าวจึงไม่เป็นภาระของตำรวจจราจรในการดูแลหรือต้องบังคับใช้การห้ามจอดรถเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด

ข้อดีของการมีช่องเดินรถจักรยานฟากขวาโดยให้เฉพาะรถจักรยานขี่สวนเข้ามาได้ คือ ทำให้ผู้ใช้จักรยานในเมืืองเชียงใหม่มีความสะดวกเป็นสิ่งจูงใจให้คนใช้จักรยานเพิ่มขึ้น เพราะออกจากบ้านไปตามกระแสจราจรไกลเท่าใด ก็สามารถปั่นเดินทางกลับมาได้ในระยะทางเท่ากัน โดยไม่ต้องอ้อมวนไกลไปยังถนนอื่นก่อนเพื่อจะอ้อมกลับมาบ้านของตนที่เป็นจุดเริ่มต้น ข้อดีอีกอย่างหนึ่งที่ให้เฉพาะจักรยานขี่สวนกลับมาได้คือความปลอดภัยของผู้ขับขี่จักรยานที่มีมากกว่าตามกระแสจราจรขาไป เพราะขณะที่สวนกลับมาได้นั้น ผู้ขับขี่จักรยานจะสวนชิดซ้ายของถนนนั้นตามกฎจราจรบนถนนส่วนใหญ่ของประเทศจึงมิใช่การขี่ย้อนศร ไม่ต้องระวังรถที่มาจากจากข้างหลังและผู้ขี่จักรยานจะมองเห็นรถที่สวนมาและระมัดระวังตัวได้อย่างเต็มที่ เพราะผู้ขี่จักรยานสวนกลับกับผู้ใช้รถเครื่องยนต์อื่นๆย่อมเห็นกันและกันทั้งสองฝ่าย(ผู้ขับขี่จักรยานที่ถูกรถอื่นชนเสียชีวิตมักถูกชนจากด้านหลังทั้งสิ้น คล้ายกับกรณีเช้าวันอาทิตย์ที่ ๓ พ.ค.๒๕๕๘ และคล้ายกับกรณีอื่นหลายครั้งก่อนหน้านี้ด้วย) หลักการนี้จึงเป็นที่มาของทางจักรยานนำร่องบนถนนช้างม่อย ถนนลอยเคราะห์-ราชมรรคา และถนนเจริญประเทศในตัวเมืองเชียงใหม่ ซึ่งได้รับความเห็นชอบจาก พล.ต.ต สมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บังคับการตำรวจภูธรเชียงใหม่ในฐานะเจ้าพนักงานจราจรเมื่อ ๑๘ มีนาคม ๒๕๕๒ เนื่องจาก พ.ร.บ.จราจรทางบก ๒๕๕๒ ให้อำนาจเจ้าพนักงานจราจรกำหนดช่องเดินรถสำหรับรถแต่ละชนิดได้ และปรับเปลี่ยนทางเดินรถจากกฎเกณฑ์ทั่วไปได้ ตามมาตรา ๑๓๙ ที่ระบุว่า "ในทางสายใดหรือเฉพาะทางตอนใดที่เจ้าพนักงานจราจรเห็นว่าถ้าได้ออกประกาศข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการจราจรแล้วจะเป็นการปลอดภัยและสะดวกในการจราจร ให้เจ้าพนักงานจราจรมีอำนาจออกประกาศข้อบังคับ หรือระเบียบดังต่อไปนี้"

(๗) กำหนดช่องหรือแนวทางเดินรถขึ้นและล่อง

(๘) กำหนดทางเดินรถทางเอกและทางเดินรถทางโท

(๙) กำหนดการจอดรถหรือที่จอดพักรถ

(๑๐) กำหนดระเบียบการใช้ทางหรือช่องเดินรถสำหรับรถบางประเภท

(๑๕) ขีดเส้นหรือทำเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง หรือติดตั้งสัญญาณจราจร หรือเครื่องหมาย

มาตรา ๑๓๙ ชี้ให้เห็นชัดเจนว่าเจ้าพนักงานจราจรสามารถใช้ความในวงเล็บ ๗,๘,๙,๑๐ และ ๑๕ ดังกล่าวในการกำหนดกฎจราจรหรือระบบจราจรสำหรับดูแลความปลอดภัยแก่ผู้ใช้จักรยานได้

คนเชียงใหม่ นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ และชมรมจักรยานวันอาทิตย์เชียงใหม่ขอขอบพระคุณวิสัยทัศน์ของ ผู้บังคับการตำรวจภูธรเชียงใหม่เมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๒ ในการสนับสนุนให้เชียงใหม่เริ่มมีแสงสว่างที่จะเริ่มต้นการเป็นเมืองจักรยานในครั้งนั้น ที่ช่วยดูแลให้คนเชียงใหม่และนักท่องเที่ยวใช้จักรยานไปเรียน ไปทำงานในเส้นทางจักรยานนำร่องนั้น ทั้งนอกและในพื้นที่เวียงพิงค์หรือในเขตสี่เหลี่ยมคูเวียงเก่าได้ เพราะการจะให้เชียงใหม่เป็นเมืองจักรยานอย่างเมืองต่างๆ ในประเทศเนเธอแลนด์ เดนมาร์ค หลายเมืองในเยอรมัน และอีกหลายประเทศในยุโรปนั้น ต้องมีระบบจราจรที่นำมาปรับใช้ในถนนต่างๆ ทั่วเมือง ให้คนขี่จักรยานไปเรียน ทำงาน ท่องเที่ยวและทำธุระจำเป็นได้สะดวกอย่างปลอดภัย และเมื่อมีความเชื่อมั่นในความปลอดภัยจะเห็นภาพผู้คนทุกเพศวัยใช้จักรยานอยู่ตามถนนต่างๆเกือบตลอดเวลา จำนวนรถยนต์ส่วนตัวจะใช้กันน้อยลงเพราะไม่สะดวกเท่ากับการใช้รถจักรยาน และจักรยานกินพื้นที่ผิวถนนวิ่งสัญจรและใช้พื้นที่จอดน้อยกว่ามาก และจะไม่ใช่แค่เมืองที่จัดกิจกรรมจักรยานใหญ่ๆ ปีละไม่กี่ครั้งหรือนานๆครั้งหนึ่ง ซึ่งจะอาศัยนักปั่นออกกำลังกายสวมชุดนักปั่นจากนอกเมืองเชียงใหม่พร้อมจักรยานราคาแพงมาร่วมกิจกรรมต่างๆจำนวนมากในครึ่งวันเช้าโดยมิได้มีการเปิดเส้นทางจักรยานเพิ่มเติม และมิได้เปิดระบบจราจรที่ควรมีในตัวเมืองแต่อย่างใด แล้วนักปั่นทั้งหมดจำนวนมากที่ดูเหมือนมาทำให้การจัดกิจกรรมประสบความสำเร็จด้านจำนวนนั้นจะหายไปจากตัวเมืองหลังพิธีเปิดงานได้ไม่นาน โดยผู้ใช้จักรยานบ้าน จักรยานใช้งานทั่วๆไปในตัวเมืองที่ต้องอาศัยระบบจราจรบนถนนที่เป็นเส้นทางจักรยานดูแลความปลอดภัยมิได้มาร่วมกิจกรรมและแสดงให้เห็นภาพผู้คนที่ใช้จักรยานเป็นกิจวัตรอย่างต่อเนื่องอย่างที่ควรเป็น

               เมื่อวันศุกร์ที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๕๘ ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมเฉลิมพระเกียรติหลังศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ ผมได้เสนอให้ยกเลิกช่องเดินรถจักรยานในเวียงพิงค์หรือในเขตเวียงเก่าบนถนนราชวิถีและถนนพระปกเกล้าที่ทางเทศบาลนครเชียงใหม่ได้จัดทำขึ้นโดยเงินสนับสนุนแบบให้เปล่าจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลกผ่านธนาคารโลก แต่ช่องเดินรถจักรยานที่ทำขึ้นยอมให้รถต่างๆจอดได้มาเป็นเวลาเกือบครึ่งปีแล้ว อันเป็นภาพปรากฎที่ขัดแย้งกับการบังคับใช้กฎหมายจราจร พ.ศ.๒๕๒๒ เช่นขัดกับมาตรา

cmbike1 cmbike2

๕๕  "ห้ามมิให้ผู้ขับขี่หยุดรถ (๑) ในช่องเดินรถ เว้นแต่หยุดชิดขอบทางด้านซ้ายของทางเดินรถในกรณีที่ไม่มีช่องเดินรถประจำทาง" และโดยเฉพาะ ขัดกับมาตรา ๕๗ ที่ระบุว่า"เว้นแต่จะได้มีบทบัญญัติ กฎ หรือข้อบังคับตามพระราชบัญญัตินี้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ห้ามมิให้ผู้ขับขี่จอดรถ (๑) บนทางเท้า (๒) ในลักษณะกีดขวางการจราจร" การยอมให้จอดรถกีดขวางการจราจรในช่องเดินรถจักรยานตามมาตรา ๕๗ ได้ นอกจากจะเป็นการแสดงให้เห็นว่าฝ่ายบ้านเมืองเชียงใหม่ไม่เคารพกฎหมายเองแล้วยังส่งเสริมให้ประชาชนและเยาวชนของโรงเรียนในพื้นที่เวียงพิงค์เข้าใจได้ว่า "ถนนสายใดมีช่องเดินรถจักรยานแล้ว รถใดๆก็สามารถใช้ช่องเดินรถจักรยานเป็นที่จอดได้โดยไม่มีความผิดแต่อย่างใด" และไม่ทำให้ผู้ใช้จักรยานทั่วไปและที่มาจากต่างประเทศเชื่อมั่นว่าเมืองเชียงใหม่มีเจตนาที่จะดูแลผู้ใช้จักรยานจริงจากภาพที่พบเห็นดังกล่าว และในวันที่มีการประชุมดังกล่าวนั้น รองผู้กำกับจราจรได้แจ้งแก่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ว่า ทางตำรวจจราจรกำลังพิจารณาเสนอยกเลิกเส้นทางจักรยานนำร่องที่ได้กล่าวไปแต่ต้นโดยเห็นว่ามีความไม่ปลอดภัย ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าท่านเข้าใจอะไรผิดไปหรือไม่อย่างไร จึงได้รอเวลาอธิบายเกี่ยวกับหลักความปลอดภัยของระบบจราจรสำหรับผู้ขับขี่จักรยานในเส้นทางจักรยานนำร่องดังกล่าวให้แก่ผู้กำกับจราจรได้พิจารณาอย่างไม่เป็นทางการหลังเลิกประชุมไว้ชั้นหนึ่งก่อน ซึ่งเหตุผลและหลักการเดียวกันนี้ได้เคยอธิบายให้แก่ผู้กำกับจราจรท่านก่อนไปแล้ว แต่ผู้บังคับบัญชาที่เหนือกว่าและดูแลการจราจรด้วยขณะนั้นอาจมีความเห็นแตกต่างไปและยืนกรานไว้ ทำให้ผู้กำกับจราจรใต้การบังคับบัญชาท่านก่อนก็ไม่อาจฝืนที่จะรับฟังเหตุผลจากภาคประชาชน(แม้เคยเห็นชอบโดยผู้บังคับการฯเมื่อปี ๒๕๕๒) เพื่อนำไปพิจารณาดำเนินการได้

หากทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่และผู้บังคับการตำรวจภูธรเชียงใหม่ ร่วมบูรณาการกันโดยไม่เพิกถอนเส้นทางจักรยานนำร่องดังกล่าวที่มีอยู่ดังที่ระบุไว้ตอนต้น แต่เริ่มกลับมาหันป้ายเครื่องหมายช่องเดินรถจักรยานให้หันหน้าเข้าหาผู้ขับขี่จักรยานที่ขับขี่สวนไปและมีป้ายเครื่องหมายจราจรเสริมให้ครบถ้วนว่าเป็นช่องเดินรถที่ให้เฉพาะจักรยานเท่านั้นขับขี่สวนได้ ก็จะมีความครบถ้วนตามแบบสากลที่ใช้กันอยู่ในประเทศต่างๆในยุโรปก่อนแล้วจำนวนมาก (ในประเทศที่เป็นเมืองแห่งจักรยานในยุโรปจะไม่มีถนนใดบังคับให้จักรยานวิ่งทางเดียว มีแต่บังคับให้รถยนต์และบิ๊กไบค์ที่วิ่งได้เร็วกว่า ๔๐ กม./ชม.เท่านั้นวิ่งทางเดียว ส่วนจักรยานให้วิ่งได้สองทางเสมอ)

cmbike3 cmbike4
cmbike5 cmbike6

การหันป้ายเครื่องหมายช่องเดินรถจักรยานในปี ๒๕๕๒ ให้รถทั่วไปที่วิ่งตามกระแสจราจรเห็นชัดเจนในระยะแรกๆ ก็เพื่อต้องการให้ผู้ใช้รถใช้ถนนทั่วไปรู้ว่าช่องเดินรถทางฝั่งขวาเป็นช่องเดินรถจักรยานนั่นเอง หากไม่เพิกถอนแต่รักษาเส้นทางจักรยานนำร่องเพื่อส่งเสริมการใช้จักรยานต่อไปก็จะเป็นเส้นทางจักรยานให้ผู้คนเดินทางเข้าไปในเวียงพิงค์ที่จะทำเป็นพื้นที่ตัวอย่างสำหรับส่งเสริมการใช้จักรยานอย่างปลอดภัย ทั้งผู้ใช้จักรยาน ตำรวจจราจรและฝ่ายงานจราจรของเทศบาลนครเชียงใหม่จะต้องเรียนรู้และทำงานวิจัยร่วมกันอีกมากนับเวลาเป็นปีๆ เพื่อทำให้พื้นที่เวียงพิงค์เป็นตัวอย่างของการใช้ระบบจราจรที่ปลอดภัยแก่ทั้งผู้ใช้จักรยาน ผู้ใช้ล้อเลื่อนและคนเดินเท้าอย่างถูกต้องและมีความเป็นสากลต่อผู้คนที่เป็นนักท่องเที่ยวที่มาจากภูมิภาคต่างๆทั่วโลก โดยไม่มีภาพการใช้ระบบจราจรสำหรับดูแลการใช้จักรยานที่ปลอดภัยแบบหัวมงกุฎท้ายมังกรที่ขัดแย้งกันเองซึ่งมีอยู่ในเวียงพิงค์ในขณะนี้ ดังนั้นชมรมจักรยานวันอาทิตย์เชียงใหม่ซึ่งส่วนใหญ่ใกล้ชิดกับตัวเมืองทั้งในและนอกเวียงพิงค์จึงขอเสนอว่า

๑. รักษาเส้นทางจักรยานนำร่องนอกคูเวียงให้มีความต่อเนื่องเพื่อเชื่อมเส้นทางจักรยานเข้าสู่พื้นที่เวียงพิงค์(ในสี่เหลี่ยมคูเวียง) และมีเครื่องหมายช่องเดินรถจักรยานหันสอดคล้องตามหลักสากลและมีป้ายเสริมครบถ้วน

๒. แสดงนโยบายให้คนทั่วไปรู้ทุกยูเทิร์นที่เข้าสู่พื้นที่เวียงพิงค์ รู้ว่าพื้นที่เวียงพิงค์เป็นพื้นที่ปลอดภัยพิเศษสำหรับการใช้จักรยาน ล้อเลื่อนและคนเดินเท้า

                ๓. กำหนดให้ในพื้นที่เวียงพิงค์(ในสี่เหลี่ยมคูเวียง) เป็นพื้นที่สัญจรช้า(slow city)ใช้ความเร็วของเมืองสัญจรช้าที่เป็นสากล(จำกัดความเร็วยานยนต์ไม่เกิน ๓๐ กม./ชม.) ถนนเกือบทุกสายถือเป็นถนนจักรยานที่รถอื่นๆได้รับอนุญาตให้ใช้ร่วมกับ

cmbike7 cmbike8
cmbike9 cmbike10

จักรยานและล้อเลื่อนได้  ส่วนถนนรอบคูเวียงด้านในครึ่งซ้ายซึ่งจักรยานและล้อเลื่อนจะใช้มากให้วิ่งไม่เกิน ๓๐ กม./ชม. แต่ครึ่งขวาให้วิ่งได้ไม่เกิน ๔๐ กม./ชม. เพื่อความคล่องตัวสำหรับยานยนต์ที่จะสัญจรออกไปยังถนนอื่นนอกคูเวียงต่อไป

               ๔. ถนนใดในเวียงพิงค์ที่ไม่เคยมีช่องเดินรถจักรยานเชื่อมต่อกับระบบจราจรในเส้นทางจักรยานนำร่องเดิม กำหนดให้เป็นถนนจักรยานตามที่อธิบายในข้อ ๓. ซึ่งถนนราชดำเนินและราชวิถีมีเครื่องหมายรูปจักรยานสีขาวอยู่บนสองฟากของถนน ซึ่งแสดงตัวตนเป็นถนนจักรยานอยู่แล้ว

cmbike11 cmbike12

                ดังนั้นเมื่อถนนใดเป็นถนนจักรยาน สัญจรด้วยความเร็วต่ำ ไม่เกิน ๓๐ กม./ชม. ก็ไม่จำเป็นต้องมีช่องเดินรถจักรยานแต่อย่างใด รถอื่นๆคงให้จอดได้แบบสลับวันตามที่ตำรวจจราจรกำหนดไว้เดิม ซึ่งจะทำให้ไม่มีภาพของการปล่อยให้มีการฝ่าฝืนกฎจราจรตามที่ได้อธิบายไว้ตอนต้นอีกต่อไป(จำเป็นต้องรื้อเส้นตีช่องเดินรถจักรยานที่ทำไว้ในถนนจักรยานออกไป)

๕. เมื่อมีความพร้อม เมืองเชียงใหม่ก็ควรมีการจัดกิจกรรมจักรยานขนาดใหญ่พิเศษ เชิญผู้ใช้จักรยานทุกประเภท ทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่จากทั้งเมืองเชียงใหม่ ทั้งคนไทย ครู นักเรียน-ผู้ปกครอง คนต่างจังหวัดและคนต่างประเทศ รวมทั้งผู้ใช้ล้อเลื่อนทั่วประเทศมาร่วมกิจกรรมเปิดและฉลองเชียงใหม่เมืองจักรยานโดยมีร้านค้า ร้านจักรยาน ร้านอาหาร พิพิธภัณฑ์ของรัฐและเอกชนในถนนที่มีระบบจราจรที่ปลอดภัยแก่ผู้ใช้จักรยานและล้อเลื่อน ร่วมให้บริการผู้มาร่วมงานแบบลดราคาพิเศษติดต่อกัน ๑ สัปดาห์

๖. สำรวจ เปิดวงหารือทุกฝ่าย และออกแบบทางเท้ารอบคูเวียงให้เป็นช่องเดินรถจักรยานพิเศษตามที่ท่านผู้ว่ามีความคิดริเริ่มไว้ในระยะถัดไป

                ๗. ร่วมกันรักษารูปแบบของระบบจราจรที่จัดทำขึ้นพร้อมกับบังคับใช้วินัยจราจรของเมืองจักรยานอย่างเคร่งครัด เพื่อการทำแผนขยายผลออกไปยังพื้นที่อื่นๆรอบเวียงพิงค์โดยควรมีคณะทำงานส่งเสริมและพัฒนาปรับปรุงระบบจราจรที่เป็นมิตรต่อจักรยานจากหลายฝ่ายเพื่อร่วมกันปรับปรุงหรือแก้ไขข้อจำกัดต่างๆที่พบว่ายังมีหลงเหลืออยู่ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

                   ดาวโหลดไฟล์ การปรับปรุงแก้ไขระบบจราจร  เพื่อทำให้เชียงใหม่เป็นเมืองจักรยาน.pdf

                                               .....................................................................

 

 

 

LOGO GWF logo tcc logo rabn logo SSS