ระบบถนนจักรยานเพื่อให้เวียงพิงค์เป็นพื้นที่ขับขีจักรยานปลอดภัยพิเศษ

ถนนจักรยาน..จะช่วยทำให้พื้นที่เวียงพิงค์

เป็นพื้นที่ขับขี่จักรยานปลอดภัยพิเศษ !

                                                                                                นิรันดร โพธิกานนท์

พื้นที่ในสี่เหลี่ยมคูเวียงหรือเวียงพิงค์ซึ่งสร้างขึ้นโดยพญามังรายเมื่อ ๗๑๘ ปีก่อน มีความยาวของแนวคูเวียงด้านละ ๑.๕ – ๑.๖ กม. มีถนนรอบคูเวียงด้านนอกและด้านใน การจราจรถูกกำหนดให้เป็นถนนจราจรทางเดียวกลับทิศกันระหว่างถนนรอบนอกกับรอบในตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๒๕ เพื่อแก้ไขปัญหารถติด จากรถยนต์จำนวนมากที่วิ่งเข้า-ออกตัวเมืองเชียงใหม่บนถนนท่าแพ ถนนวัวลาย ถนนสุเทพและถนนช้างเผือก เพราะปัญหารถยนต์ที่เพิ่มขึ้นจำนวนมาก ณ ทางแยกเข้าออกคูเวียงทางประตูเวียงหลักๆ ผ่านสัญญาณไฟจราจรในขช่วงเวลานั้น

การรณรงค์ส่งเสริมให้มีการใช้จักรยานเพื่อช่วยลดจำนวนการใช้รถยนต์ในเขตเมืองโดยสารวัตรจราจร อนุ เนินหาดตั้งแต่ปี ๒๕๓๙ และดำเนินการต่อเนื่องมาโดยชมรมจักรยานวันอาทิตย์เชียงใหม่ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ ด้วยการร่วมกันกับเทศบาลนครเชียงใหม่ ขนส่งจังหวัด ตำรวจจราจรและศูนย์ส่งเสริมสุขภาพในช่วงปี ๒๕๔๒-๒๕๔๓ เปิดทางจักรยานในถนนหลายสายในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ เพื่อทดลองใช้งาน แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากทางจักรยานมีรถยนต์จอดคร่อมทับได้และช่องเดินรถจักรยานบนถนนบางสายลบเลือนไป หรือมีการขุดร่องวางท่อประปาตามแนวถนนที่มีช่องเดินรถจักรยานและหลังจากทำผิวถนนใหม่แล้วไม่ได้ทำช่องเดินรถจักรยานกลับคืนมา ทำให้ช่องเดินรถจักรยานหมดสภาพหรือหายไป

เมื่อเดือนกันยายนปี ๒๕๔๗ ชมรมจักรยานวันอาทิตย์เชียงใหม่ได้เสนอเส้นทางจักรยานนำร่อง 3 เส้น เส้นที่ ๑.และ๒.ทำเพื่อให้คนเชียงใหม่และนักท่องเที่ยวปั่นจักรยานเข้า-ออกพื้นที่เวียงพิงค์ได้ ส่วนเส้นที่ ๓. ทำเพื่อให้ผู้ปกครองและนักเรียนใช้จักรยานไปส่งลูกหลานยังโรงเรียนต่างๆในถนนเจริญประเทศได้ ดังนี้

. ถนนนช้างม่อยจากแยกนครพิงค์ถึงถนนชัยภูมิที่แยกสมเพชรเพื่อเข้าสู่คูเวียงทางถนน

   ราชวิถี(ความจริงตั้งใจให้ถึงที่ทำการ อ.เมือง)

. ถนนลอยเคราะห์จากขัวเหล็กถึงแยกถนนคชสาร เชื่อมกับถนนราชมรรคาในคูเวียงถึง

   ถนนอารักษ์หน้าโรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ

. ถนนเจริญประเทศจากแยกขัวเหล็กจนสุดรั้วโรงเรียนมงฟอร์ตประถม(ความจริงตั้งใจให้เริ่มต้นจากเชิงสะพานนวรัฐ หน้าจวนผู้ว่าฯ)

เส้นทางจักรยานนำร่องทั้ง ๓ เส้นนี้ผ่านความเห็นชอบของอนุกรรมการจัดการจราจรทางบกจังหวัดเชียงใหม่ในสมัยท่านผู้ว่าฯ สุวัฒน์ ตันติพัฒน์ แต่ก็สะดุดชะงักไปหลายปีด้วยความเห็นต่างนอกการประชุมในเวลาหลังจากนั้น แต่ในที่สุดเส้นทางดังกล่าวก็ได้มีการจัดทำจนทดลองใช้งานได้จากการสนับสนุนของหน่วยงานด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมและมีการประกาศเส้นทางโดยผู้บังคับการ ตร.ภ.ชม. พล.ต.ต.สมหมาย กองวิสัยสุข เมื่อเดือนมีนาคม ปี ๒๕๕๒ ก่อนที่ ดร.เดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่จะต้องพ้นตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ไม่กี่วัน เส้นทางนำร่องเกิดขึ้นโดยยังไม่มีป้ายเครื่องหมายจราจรถูกต้องครบถ้วนตามที่คิดการไว้ เพียงแต่มีลักษณะสำคัญคือ เส้นทางจักรยานเส้นที่ ๑.และ ๒. เป็นถนนจราจรทางเดียว รถต่างๆให้จอดได้ฝั่งซ้ายและห้ามจอดฝั่งขวาตลอดเวลา ส่วนเส้นที่ ๓.เป็นถนนจราจรทางเดียวตลอดเวลาจากหน้าจวนผู้ว่าฯ ผ่านแยกขัวเหล็กจนถึงแยกโรงแรมเดอะเจดีย์ และจากนั้นจนถึงสุดรั้วโรงเรียนมงฟอร์ตประถมเป็นถนนจราจรทางเดียวในเวลาเร่งด่วนตอนเช้ากับตอนเย็นคล้ายถนนในเส้นทางจักรยานที่ ๑.กับ ๒. จึงกำหนดให้มีช่องเดินรถจักรยานไว้ทางฟากขวาของถนนที่ห้ามรถจอดอย่างเข้มงวดอยู่แล้วเพื่อไม่ให้ตำรวจจราจรต้องมีภาระดูแลการห้ามจอดรถในฝั่งถนนที่ทำช่องเดินรถจักรยานเหมือนกับที่เคยมีปัญหาในอดีต การให้จักรยานขี่สวนมาได้ในช่องเดินรถจักรยานที่ทำขึ้น ก็เพื่อให้มีความปลอดภัยต่อผู้ใช้จักรยานที่ขี่สวนชิดซ้ายและมองเห็นรถต่างๆที่สวนมาได้เป็นอย่างดี ต่างฝ่ายต่างเห็นกัน และโดยหลักการแล้วจักรยานที่ขี่สวนมาในช่องเดินรถจักรยานจะไม่มีรถใดๆแซงจากข้างหลังจึงทำให้รู้สึกปลอดภัยทั้งข้างหน้าและข้างหลังเป็นอย่างดี การขับขี่จักรยานไปตามกระแสจราจรให้ขี่ชิดซ้ายตามปกติ..ซึ่งผู้ขับขี่ต้องระวังรถที่จอดข้างทางด้านหน้าและระวังรถที่แซงขึ้นไปจากข้างหลังเช่นเดิม แต่เนื่องจากไม่มีการตั้งคณะทำงานส่งเสริมการใช้เส้นทางจักรยานแต่อย่างใด เส้นทางจักรยานนำร่องดังกล่าวจึงขาดการดูแลและไม่มีการปรับปรุงแก้ไขจุดอ่อนที่ยังเหลืออยู่ให้เรียบร้อยแต่อย่างใด ปัจจุบันเส้นที่ตีเป็นช่องเดินรถจักรยานลบเลือนไปมาก แต่ชมรมจักรยานวันอาทิตย์เห็นว่าหากมีคณะทำงานที่จังหวัดเชียงใหม่หรือเทศบาลนครเชียงใหม่ตั้งขึ้นมาดูแลแล้ว จะมีการประชุมปรึกษาหารือเพื่อปรับปรุงแก้ไขจุดอ่อนและปัญหาที่มีอยู่..ให้ใช้งานได้จริงและดีขึ้นกว่าเดิมอย่างเป็นรูปธรรมได้ การปั่นจักรยานข้ามคูเวียงเข้าสู่เวียงพิงค์หรือกลับออกมา จะมีความปลอดภัยอย่างแท้จริงตามข้อเสนอแนะที่ได้ทำขึ้นไว้ก่อนหน้านี้แล้ว

ประสบการณ์ที่เราได้รับจากการทำเส้นทางจักรยานตามถนนต่างๆนอกพื้นที่เวียงเก่า ทำให้พิจารณาเห็นว่า เวียงเก่าทั้งหมดนั้นมีพื้นที่ขนาดเล็ก การร่วมกันดูแลระบบจราจรที่ช่วยให้เกิดความปลอดภัยสามารถทำได้ไม่ยาก คนเชียงใหม่ที่ต้องเดินทางเข้าออกเวียงพิงค์เป็นประจำกับนักท่องเที่ยวที่มาเยือน สามารถเดินเท้าหรือใช้จักรยานไปยังจุดหมายต่างๆในชีวิตประจำวันหรือจุดหมายเพื่อการเที่ยวชมสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ศาสนาและวัฒนธรรมได้อย่างไม่ยากเย็น โดยเฉพาะการใช้จักรยานต้องทำให้เชื่อมั่นว่าผู้ใช้รถอื่นๆจะดูแลเป็นพิเศษ

จากประสบการณ์การปั่นจักรยานจริงและจากการศึกษาข้อมูลระบบการจราจรจากประเทศยุโรป(เนเธอแลนด์ เยอรมันและเดนมาร์ค)เพื่ออำนวยความสะดวกและให้มีความปลอดภัยแก่ผู้ใช้จักรยานไปพร้อมๆกันนั้น พบว่าไม่จำเป็นต้องทำช่องเดินรถจักรยานขึ้นใช้เสมอไป ช่องเดินรถจักรยานเดิมที่ยังใช้ได้และไม่มีปัญหาในการดูแล..ให้คงไว้ในถนนราชมรรคาเท่าที่มีอยู่เท่านั้น นอกนั้นขอเสนอให้ใช้ระบบถนนจักรยานทั่วทั้งเวียงพิงค์นับจากถนนรอบคูเวียงด้านในเข้าไปสู่ใจกลางเวียงพิงค์ โดยผู้ว่าราชการจังหวัด นายกเทศบาลนครเชียงใหม่และผู้บังคับการ ตร.ภ.ชม.ร่วมกันประกาศนโยบาย ให้เวียงพิงค์เป็นพื้นที่ขับขี่จักรยานได้ปลอดภัยเป็นพิเศษ และขออธิบายเพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกันว่า "ถนนจักรยาน"เป็นคำเรียกถนนในเวียงพิงค์เพื่อเป็นสัญญลักษณ์ของเราเอง คล้ายๆกับที่เราเรียกถนนส่วนหนึ่งในเวียงพิงค์ในทุกวันอาทิตย์ว่า "ถนนคนเดิน" นั่นเอง แต่ในประเทศเยอรมันและออสเตรีย คำว่า"ถนนจักรยานหรือFahrradstrasse"เป็นคำที่กฎหมายจราจรกำหนดไว้ใช้ สำหรับให้การจราจรของรถจักรยานและรถอื่นๆใช้ร่วมกันอย่างปลอดภัย ส่วนในประเทศเนเธอร์แลนด์เรียกถนนจักรยานว่า "Fietsstraat " ซึ่งอีกระยะหนึ่งในอนาคตเราก็ควรมีการออกกฎหมายรองรับทุกอย่างที่เราทดลองใช้ได้ผลเพื่อปฏิรูปต่อไปให้เป็นกฎหมายจราจรที่สมบูรณ์

"ถนนจักรยาน" ในที่นี้หมายถึงถนนที่กำหนดให้รถจักรยานใช้ขับขี่เป็นหลัก(นอกเวลาเร่งด่วนให้ขี่จักรยานคู่..พูดคุยกันได้) ส่วนรถอื่นๆให้ใช้ถนนร่วมได้ถ้ามีป้ายเครื่องหมายระบุให้ใช้ร่วมได้ไว้ แต่ให้รถอื่นวิ่งด้วยความเร็วไม่เกิน ๓๐ กม./ชม. ความเร็วดังกล่าวทำให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้ใช้จักรยานในเวียงพิงค์ ซึ่งจำเป็นต้องมีการร่วมมือกันประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้รถทุกฝ่ายทราบระบบถนนจักรยานอย่างชัดเจนนานเพียงพอ ควรมีการประกาศนโยบาย ให้เวียงพิงค์เป็นพื้นที่ขับขี่จักรยานได้ปลอดภัยเป็นพิเศษ ควบคู่กับการบังคับจำกัดความเร็ว ๓๐ กม./ชม. โดยมีเครื่องหมายจราจรที่เราต้องทดลองใช้สำหรับให้รถอื่นๆรู้จัก "ถนนจักรยาน" และระมัดระวังผู้ใช้จักรยานให้ปลอดภัย สำหรับถนนรอบคูเวียงด้านในซึ่งรถอื่นๆวิ่งผ่านเข้าไปเพื่อออกไปเชื่อมต่อกับถนนรอบนอกคูเวียง ณ ทางออกต่างๆนั้นก็ขอเสนอให้แบ่งพื้นที่ถนนนี้เป็น ๒ ส่วน ครึ่งซ้ายสำหรับรถที่วิ่งไม่เกิน ๓๐ กม./ชม.ส่วนครึ่งขวาสำหรับรถที่วิ่งไม่เกิน ๔๐ กม./ชม.

ถนนใดภายในเวียงพิงค์ที่ทำช่องเดินรถจักรยานไว้ทั้งสองฟากแต่ยังปล่อยให้รถจอดได้แบบสลับวัน ควรยกเลิกช่องเดินรถจักรยานนั้นเสียทั้งหมดเมื่อใช้ระบบถนนจักรยานแทนแล้ว เพราะภาพที่รถอื่นๆจอดอยู่ในช่องเดินรถจักรยาน แม้แต่จะเป็นการสลับวันจะเป็นภาพของการไม่บังคับใช้กฎหมายหรือเป็นภาพการปล่อยปละละเลยให้รถอื่นๆจอดคร่อมทับช่องเดินรถจักรยานอยู่ ทำให้นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศเห็นว่าเมืองเชียงใหม่ยังไร้ขื่อแปในการบังคับใช้กฎหมายดูแลความปลอดภัยของผู้ขับขี่จักรยาน และไม่มั่นใจที่จะใช้อย่างสบายใจหรือไม่กล่าวขวัญยกย่องในทางที่ดี ถ้าลองเข้าดูภาพต่างๆในเว็บไซด์ที่เกี่ยวกับถนนจักรยานในประเทศยุโรปที่ระบุไว้ท้ายข้อเสนอแนะนี้จะเห็นได้ชัดเจนว่า ในถนนจักรยาน ไม่มีการตีเส้นเป็นช่องเดินรถจักรยานแต่อย่างใด แต่ ณ หัวและท้ายของถนนต่างๆจะมีการติดตั้งป้ายเครื่องหมายจราจรและเครื่องหมายบนพื้นถนนประกอบการทาสีแบบต่างๆให้ผู้ใช้รถทุกฝ่ายเห็นการเป็นถนนจักรยานอย่างแท้จริง เช่น

1. ถนนจักรยานเมือง Braunschweig เยอรมันนี

2. ถนนจักรยานเมืองมึนเช่น Muenchen เยอรมันนี

3. ถนนจักรยานเมืองมึนสเตอร์ Muensterเยอรมันนี

เมืองเชียงใหม่นับว่าโชคดี ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดคนปัจจุบันถือว่าการใช้จักรยานเป็นวาระของจังหวัดเชียงใหม่ จึงได้มอบหมายให้สำนักงานปลอดภัยจังหวัดจัดประชุมผู้เกี่ยวข้องกับการใช้จักรยานเพื่อระดมข้อเสนอแนะเมื่อกลางเดือนกันยายน ๒๕๕๗ ที่ผ่านมา เพื่อนำไปพิจารณาดำเนินการในคณะทำงานของจังหวัด เพื่อให้จังหวัดเชียงใหม่เป็นเมืองจักรยานที่สามารถขับขี่จักรยานอย่างปลอดภัยได้กว้างขวาง ซึ่งที่ผ่านมาภาคเอกชนต่างๆกับเครือข่ายจักรยานเชียงใหม่และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ก็ได้ประชุมเตรียมการจัดงานเชียงใหม่ไบค์เฟสติวัลที่จะมีขึ้นในวันที่ ๕ –๗ ธันวาคม ๒๕๕๗ ไปหลายครั้ง จะมีการจัดทริปจักรยานขึ้น ๑๒ ทริป และจะมีทริปนำผู้รักการใช้จักรยานจากบริเวณงานที่หอศิลปวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เข้าไปไหว้พระเก้าวัดในเวียงเก่า ๒ ทริป และตลอดงานจะมีผู้รักการใช้จักรยานจากทั่วประเทศมาร่วมงานราว ๑๕,๐๐๐ คน คาดว่าจะมีผู้มาปั่นจักรยานในเมืองเชียงใหม่ในช่วงเวลานั้นจำนวนมาก จึงขอเสนอให้จังหวัดเชียงใหม่จัดทำและเปิดพื้นที่เวียงเก่าให้เป็นพื้นที่ขับขี่จักรยานปลอดภัยพิเศษในวันสิ่งแวดล้อมไทย ๔ ธันวาคม ๒๕๕๗ รองรับการจัดงานดังกล่าว และหลังงานนั้น เมืองเชียงใหม่ก็จะยังมีระบบจราจรที่ปลอดภัยรองรับผู้ใช้จักรยานในเชียงใหม่ที่นับวันจะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆต่อไป.

@@@@@@@@@@@@@@@@

 

LOGO GWF logo tcc logo rabn logo SSS