ข้อคิดในการเข้าร่วมกิจกรรม"คาร์ฟรีเดย์"ที่จัดในแต่ละปี

ข้อคิดในการเข้าร่วมกิจกรรม"คาร์ฟรีเดย์"ที่จัดในแต่ละปี

                                                 …. นิรันดร โพธิกานนท์

ชมรมจักรยานวันอาทิตย์เชียงใหม่ได้ประกาศการร่วมรณรงค์วันคาร์ฟรีเดย์ที่เชียงใหม่ครั้งแรกพร้อมกับที่กรุงเทพฯและเมืองอื่นๆในประเทศไทยในวันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๔๓ โดยเชิญชวนปั่นจักรยานกันในตัวเมืองเนื่องจากในจังหวัดเชียงใหม่ยังเงียบเชียบกับกิจกรรมนี้ ประธานชมรมได้ให้สัมภาษณ์แก่สถานีวิทยุ บีบีซีภาคภาษาไทย ซึ่งออกอากาศทางสถานีเอฟ เอ็ม ๑๐๐ ของภาควิชาสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เชิญชวนคนเชียงใหม่ร่วมรณรงค์ก่อนถึงกำหนดวันรณรงค์ประมาณกว่า ๑ สัปดาห์ และได้ประสานงานเชิญรถสี่ล้อแดงร่วมกิจกรรมด้วยโดยการลดค่าโดยสารให้แก่ประชาชนในวันดังกล่าวแบบสมัครใจ หลังจากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดจึงประกาศว่าทางจังหวัดจะเป็นฝ่ายจัดกิจกรรมคาร์ฟรีเดย์ และเชิญชวนกันปั่นจักรยานจากหน้าจวนผู้ว่าฯ เชิงสะพานนวรัฐไปยังศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ ทางชมรมจึงชวนสมาชิกและประชาชนร่วมสมทบกับทางจังหวัดในครั้งแรกนั้น หลังจากการจัดกิจกรรมชวนปั่นจักรยานครั้งนั้นแล้ว เมืองเชียงใหม่ก็คงมีสภาพการใช้ยานพาหนะเหมือนเดิม เพราะมิได้มีการเตรียมมาตรการใดๆสำหรับรองรับการลดการใช้รถยนต์และเพิ่มจำนวนผู้ใช้รถจักรยานในเขตเมืองแต่อย่างใด

หลังจากนั้นในปีถัดๆไป เมืองเชียงใหม่ก็มีการจัดกิจกรรมคาร์ฟรีเดย์ต่อเนื่องมาในแบบเดิมๆ คือมีหน่วยงานต่างๆผลัดกันเป็นเจ้าภาพ หน่วยงานของรัฐที่ผลัดกันเป็นเป็นเจ้าภาพมากที่สุดคือสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ ๑ และสำนักงานพลังงานภูมิภาคที่ ๑๐ ร่วมกับชมรมจักรยานวันอาทิตย์และชมรมจักรยานต่างๆ โดยการปั่นจากพื้นที่จัดงานได้แก่ ข่วงประตูท่าแพ อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ หรือสนามกีฬาเทศบาล ผ่านถนนในเมืองสายต่างๆ ไปยังที่หมายนอกเมือง บางครั้งก็กลับมาสิ้นสุดยังพื้นที่ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้น หรือจุดหมายปลายทางในเมืองเช่นสวนบวกหาด และทิ้งค์พาร์คที่แยกรินคำ

ในช่วง ๓-๔ ปีย้อนหลังกลับไปจากปี ๒๕๕๖ มีการจัดคาร์ฟรีเดย์ที่เน้นการแจกเสื้อและการจัดขบวนผู้ร่วมกิจกรรมแปรรูปเป็นแผนที่ประเทศไทยบ้างหรือเป็นรูปผืนธงชาติบ้าง โดยไม่มีเป้าหมายที่เจ้าภาพหรือผู้บริหารบ้านเมืองของจุดจัดงานจะสร้างนโยบายที่จะให้มีทางจักรยานพร้อมระบบจราจรรองรับการใช้จักรยานในพื้นที่แก่ประชาชนให้ใช้จักรยานในชีวิตประจำวันอย่างปลอดภัย ถึงแม้จะมีการกล่าวรายงานและเปิดงานในทำนองว่าการใช้จักรยานจะช่วยทำให้เมืองน่าอยู่ ช่วยแก้ปัญหารถติด-มลพิษมากได้ หรืออยากให้เมืองเชียงใหม่เป็นเมืองใช้จักรยานและช่วยลดโลกร้อน ผู้มาร่วมปั่นส่วนใหญ่ของทุกงานมาจากหลายๆพื้นที่และแต่งตัวชุดเสื้อกางเกงนักปั่นจักรยานซึ่งเป็นชุดสำหรับปั่นออกกำลังกายโดยเฉพาะพร้อมกับจักรยานเสือภูเขาหรือจักรยานแข่งแบบพิเศษที่มีราคาค่อนข้างแพง แต่มีผู้ใช้จักรยานในพื้นที่ของเจ้าภาพจัดงานน้อยมากที่มาร่วมงาน เพราะรถจักรยานและการแต่งกายเป็นคนละแนวทางกับของนักปั่นที่มาร่วมงาน ซึ่งเมื่อปั่นออกจากจุดปล่อยตัวแล้วไม่นาน..ก็จะทิ้งกันเป็นคนละกลุ่มตามความเร็วที่ปั่นได้ต่างกัน

เจ้าภาพจัดงานที่เป็นหน่วยงานของรัฐจะดีใจที่มีผู้มาร่วมปั่นมาก ยิ่งประธานที่มาเปิดงานเป็นผู้ว่าฯหรือผู้บังคับบัญชาระดับอธิบดีหรือรัฐมนตรีมา ก็ยิ่งต้องเน้นจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมให้มีจำนวนมาก โดยไม่มีสาระสำคัญที่จะทำให้มีการใช้จักรยานในชีวิตประจำวันอย่างยั่งยืนแต่อย่างใด เมื่อเสร็จการจัดงานไปแล้ว เมืองเชียงใหม่ที่เคยเป็นพื้นที่จัดงานหลายครั้ง หรือพื้นที่อื่นซึ่งเป็นที่จัดงานก็เงียบเหงาในการใช้จักรยานในชีวิตประจำวันเหมือนเดิม

จึงอยากฝากไว้ว่าเรื่องคาร์ฟรีเดย์ ไม่ใช่การจัดกิจกรรมเฉพาะจักรยาน แต่เป็นการจัดกิจกรรมของบ้านเมืองให้ผู้ใช้รถยนต์และจักรยานยนต์มีทางเลือกอื่นๆ เช่น เดินเท้า ใช้รถขนส่งสาธารณะ หรือหันมาใช้จักรยานสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวันที่ปลอดภัย..สามารถถึงที่หมายทันเวลาในราคายุติธรรมมากกว่า

ข้อเสนอแนะคือ ตราบใดที่หน่วยงานหลักของบ้านเมือง ได้แก่จังหวัด องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาลนคร เมือง หรือตำบลไม่เป็นเจ้าภาพจัดงานคาร์ฟรีเดย์เองเพื่อเปิดเส้นทางจักรยานที่มีระบบดูแลความปลอดภัยแก่ผู้ใช้จักรยานในพื้นที่ เปิดรถขนส่งหรือขยายเส้นทางเดินรถขนส่งสาธารณะ หรือเปิดทางเท้าที่ร่มรื่นเพื่อส่งเสริมการเดินเท้าไปยังที่หมายสำคัญๆในพื้นที่ของตน ชมรมจักรยานต่างๆก็ควรรณรงค์การใช้จักรยานในพื้นที่ของตนในวันคาร์ฟรีเดย์เอง ให้คนในพื้นที่ของตนใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน ไปเรียน ไปทำงานและไปท่องเที่ยวด้วยจักรยานในวันหยุดกันมากขึ้นเท่านั้น ทั้งนี้ไม่ต้องอยากได้เสื้อแจกหรือสิ่งของล่อใจนอกเป้าหมายหลักใดๆทั้งสิ้น แต่จะเราควรจะชวนกันไปร่วมกิจกรรมคาร์ฟรีเดย์กับเทศบาลนคร เมืองหรือตำบล ที่จัดกิจกรรมคาร์ฟรีเดย์เพื่อเปิดหรือจัดให้มีมาตรการต่างๆที่กล่าวมาข้างต้นเท่านั้น และเราจะร่วมกันยกย่องเฉพาะผู้บริหารบ้านเมืองที่เราเห็นผลงานดังที่กล่าวเท่านั้น แม้จะไม่ใช่ผู้บริหารบ้านเมืองในพื้นที่ของเราเองก็ตาม นอกจากนั้นเครือข่ายจักรยานเชียงใหม่เองยังสามารถร่วมกันจัดอันดับเทศบาลต่างๆในเชียงใหม่ว่า แห่งไหนเป็นลำดับ ๑ ถึง ๓ ประจำปีต่างๆ ในเรื่องที่เราสนใจโดยร่วมกันสร้างระบบให้คะแนนกัน และเผยแพร่ผลจัดอันดับประจำปีแก่สื่อมวลชนและประชาชนทั่วไป

-------------------------------------

 

LOGO GWF logo tcc logo rabn logo SSS