ความรู้เรื่องการขับขี่จักรยานจากเว็บไซด์ต่างประเทศ

31 วิธี สำหรับส่งเสริมการขี่จักรยาน

31วิธี ส่งเสริมการขี่จักรยาน(31 Ways You Can Promote Bicycling)

แปลจาก “http://www.bicyclealliance.org/resources/promote.htm” 

ท่านจะทำอย่างไรเพื่อส่งเสริมให้คนขี่จักรยาน    

         การสร้างทางจักรยานเป็นสิ่งสำคัญแต่เป็นงานของภาครัฐ และมักจะเกินความสามารถของเอกชนหรือสถาบัน คำถามก็คือ บุคคลทั่วไปสามารถทำอะไรบ้างเพื่อส่งเสริมการขี่จักรยาน คำตอบมีถึง 31 ประการ        วิธีการเหล่านี้ไม่ใช่ว่าจะต้องทำทุกๆรายการหรือจะใช้ได้ผลในทุกสถานการณ์ บางวิธีก็จะได้ผล หากได้ทำตามขั้นตอนอื่นมาก่อนแล้ว         

      1. คณะกรรมการหรือที่ปรึกษาเรื่องการขี่จักรยานที่ปรึกษาจะช่วยทำแผนการเพื่อส่งเสริมการขี่จักรยาน โดยการให้ความคิดเห็นที่อาจเป็นไปได้และสนับสนุนทำให้แผนการนั้นเป็นจริงและติดตามประเมินผลคณะกรรมการอาจจะเป็นชมรมที่ร่วมกันขี่จักรยานเพื่อสันทนาการ หน่วยงานนี้จะเป็นประโยชน์ต่อองค์กรในหลายๆ ด้าน รวมทั้งการแนะนำให้ประชาชนนึกถึงจักรยาน เป็นอีกทางเลือกหรือในการเดินทาง คณะที่ปรึกษาอาจจะเป็นผู้ประสานงานกับกลุ่มคนต่างๆ ที่มีความสนใจร่วมกัน เช่น ประเด็นเกี่ยวกับจักรยานก็อาจเป็นสิ่งน่าสนใจสำหรับคนเดินถนน ,คนพิการ,เด็กๆและผู้ปกครอง ,นักกีฬา ,นักวิ่ง ,ชมรมผู้ขี่จักรยานที่มีอยู่แล้วและชมรมนักขี่ม้าสมาชิกในกลุ่มที่ปรึกษาควรจะเป็นคนในองค์กรและการทำงานของคณะที่ปรึกษาควรได้รับการสนับสนุนจากผู้นำขององค์กรนั้นๆ         

      2. บุคคลที่จะเป็นตัวเชื่อมระบุตัวบุคคลในองค์กรที่จะเป็นผู้รับผิดชอบในการก่อตั้งคณะกรรมการเกี่ยวกับการขี่จักรยาน รวมทั้งเป็นผู้ให้คำแนะนำแก่คณะกรรมการต่างๆ

      3. การปรับปรุงและประเมินเส้นทางขี่จักรยานตรวจดูเส้นทางจักรยานภายในบริเวณองค์กร สำรวจถึงระยะทางและพิจารณาดูถึงความสะดวกและความปลอดภัย ระบุเส้นทางที่ดีและเส้นทางที่มีปัญหา  กำหนดว่ามีบริเวณใดต้องทำความสะอาดเพิ่มขึ้น ซ่อมทางหรือซ่อมผิวจราจรของถนน ดำเนินการปรับปรุงโดยทำงานร่วมกับฝ่ายรัฐ บางครั้งอาจต้องขอรับเงินสนับสนุนจากทางราชการมาใช้ในการทำงาน 

     4. แผนที่ทางจักรยานพิมพ์แผนที่ในบริเวณใกล้เคียงที่ระบุเส้นทางที่แนะนำและควรเลี่ยง ให้ข้อมูลเกี่ยวกับรถเมล์รวมบนแผนที่ จะช่วยให้ง่ายแก่ผู้ใช้รถจักรยานและรถเมล์ด้วยกัน รวมทั้งข้อมูลอื่นๆ ที่อาจเป็นประโยชน์แก่ผู้ขี่จักรยาน 

     5. แผ่นพับเกี่ยวกับการขี่จักรยานแจกจ่ายแผ่นพับ คู่มือและเคล็ดการขี่จักรยานให้ปลอดภัยแก่ประชาชนที่เข้ามาติดต่อกับองค์กร รวมทั้งแนะนำเส้นทางจักรยานมายังองค์กรนั้น, การเดินทาง, การดูแลให้ปลอดภัย, กฎจราจร, ที่จอดรถ, ห้องน้ำ อาจให้ข้อมูลเกี่ยวกับชมรมจักรยานขององค์กร การจัดขี่จักรยานที่ทำอยู่ ตลอดจนข้อมูลเกี่ยวกับคณะกรรมการที่ปรึกษาเกี่ยวกับการขี่จักรยาน

      6. ให้ความรู้แก่ผู้ขับรถยนต์ให้ข้อมูลแก่ผู้ขับรถยนต์ชนิดอื่นๆ ว่าจะใช้ถนนร่วมกับจักรยานให้ปลอดภัยได้อย่างไร เพื่อให้ผู้ใช้ถนนอื่นๆ ปฏิบัติต่อผู้ใช้จักรยานถูกต้องตามสิทธิทางกฎหมาย

      7. ส่งเสริมการขี่จักรยานแจกจ่ายโปสเตอร์, เข็มกลัด, เต็นท์การ์ด ตามโต๊ะอาหารในโรงอาหาร ในองค์กรที่มีจดหมายเวียนภายใน ประชาสัมพันธ์ให้คนรู้ถึงคำมั่นสัญญาที่มีต่อความรับผิดชอบต่อสภาวะแวดล้อมขององค์กร         

      8. เอกสารในการปฐมนิเทศน์ในการปฐมนิเทศน์ พนักงานใหม่, นักศึกษา, นักเรียน หรือลูกค้าขององค์กร ให้เอกสารที่สนับสนุนการใช้รถจักรยานแก่ผู้เข้ารับการปฐมนิเทศน์         

     9. แจกข่าวออกข่าวเกี่ยวกับโครงการจักรยาน และเชิญสื่อมวลชนมาดูกิจกรรมที่ได้ทำไป         

    10.ที่จอดจักรยาน สำรวจที่จอดรถจักรยานว่าสะดวก เหมาะสมปลอดภัยในตอนกลางคืน มีไฟส่องสว่าง มีหลักสำหรับล็อคจักรยานเพียงพอ มีที่เก็บสัมภาระให้หรือไม่ หากมีที่เก็บสัมภาระ ตู้เหล่านั้นได้ระบุชื่อผู้ใช้ไว้เรียบร้อยหรือไม่พิจารณาว่าควรจะเพิ่มบริเวณที่จอดจักรยานโดยลดขนาดที่จอดรถลง การลดบริเวณที่จอดรถยนต์ อาจจะทำให้คนหันมาขี่จักรยานมากขึ้นหรือลดขนาดที่จอดรถยนต์ลงเพื่อนำไปใช้งานอื่นที่อาจสร้างรายได้ในองค์กร

     11.การขยายอาคารที่ทำงานหากองค์กรมีนโยบายขยายอาคารสถานที่ ดูแผนโดยรวมว่าได้คำนึงถึงการขี่จักรยาน ให้คำแนะนำเกี่ยวกับสิ่งอำนวยความสะดวกใหม่ๆ สำหรับคนขี่จักรยาน         

     12.ห้องน้ำและตู้เก็บสัมภาระสำรวจสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้ขี่จักรยานที่มีอยู่ ระบุสถานที่มีห้องอาบน้ำ ตู้เก็บของตามหน่วยงานต่างๆ และที่องค์กรที่อยู่ใกล้เคียง บอกด้วยว่าสิ่งเหล่านั้นให้ความสะดวกจริงหรือไม่ ตำแหน่งที่ตั้งอยู่ปลอดภัยในยามวิกาลหรือไม่ ตู้เก็บของสามารถบรรจุเสื้อผ้าได้ตามสมควรหรือไม่ มีห้องสำหรับเก็บถุงข้างจักรยานหรือไม่   ตู้เก็บของเหล่านี้ควรจะเพียงพอแก่ผู้ใช้จักรยานทุก ๆ คนโดยแต่ละคนจะมีพื้นที่ใส่เสื้อผ้าไว้เปลี่ยนได้โดยสะดวก และยิ่งไปกว่านั้นหากสามารถจะมอบให้ใช้ถาวรโดยระบุชื่อไว้ ก็จะยิ่งทำให้คนสนใจจะใช้จักรยานมากขึ้น กำหนดให้สิ่งอำนวยความสะดวกที่มีอยู่ ให้บริการในเวลาเหมาะสมด้วยคาดการณ์ปริมาณความต้องการใช้ห้องอาบน้ำและตู้เก็บของ หาจุดหมายของคนที่ใช้จักรยานว่ามักจะไปที่ใด ห้องน้ำ และตู้เก็บของอยู่ใกล้จุดหมายเหล่านั้นหรือไม่ ตรวจดูว่าห้องน้ำและตู้เก็บของควรได้รับการซ่อมแซม ปรับปรุงตามที่ควรจะทำ         

     13. กฎให้เงินจูงใจหรือไม่จูงใจพิจารณานโยบายการเดินทางของบุคคลที่มีอยู่ บางองค์การจ่ายค่าเดินทางหรือให้ผลประโยชน์แก่คนที่ขับรถ ใช้รถร่วมกัน ขึ้นรถเมล์หรือขี่จักรยาน ตัวอย่างเช่น จ่ายค่าที่จอดรถให้ ให้ส่วนลดตั๋วรถเมล์ ส่วนลดในการซื้อสินค้าสำหรับผู้ใช้รถร่วมกัน ให้เงินสนับสนุนการใช้รถร่วมกันมาทำงาน ให้เวลาหยุดเพิ่มแก่คนที่จัดการการใช้รถร่วมกันเพื่อชดเชยเวลาในการจัดการการใช้รถร่วมกัน มีบริษัทใน California ให้เวลาพักแก่ผู้ขี่จักรยานมาทำงานเป็น 2 เท่าของคนขับรถร่วมกันเพราะการขี่จักรยานต้องใช้เวลามากกว่าพัฒนาและแนะนำให้ผู้ขี่จักรยานได้รับผลประโยชน์ซึ่งอย่างน้อยก็ให้เท่ากับคนที่ใช้ระบบขนส่งแบบอื่น ที่ดีที่สุดควรจะได้ผลตอบแทนเป็นตัวเงิน         

     14. อำนวยความสะดวกในการซ่อมจักรยานหาที่รับซ่อมจักรยานที่อยู่ใกล้องค์กรมากที่สุด พิจารณาว่าควรจะมีที่ซ่อมจักรยานอยู่ในบริเวณขององค์กรเองหรือไม่         

    15.อบรมเชิงปฎิบัติการจัดการอบรมอย่างสม่ำเสมอเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัย ทางเลือกวิธีเดินทางมาทำงานและการดูแลรักษาจักรยาน วิทยากรหรือผู้จัดการอบรมควรเป็นคนในองค์กรนั้น, ผู้สอนเกี่ยวกับจักรยานมืออาชีพ, อาสาสมัครจากชมรมจักรยานต่างๆ หัวข้อของการอบรมอาจรวมถึง ข้อมูลด้านความปลอดภัย, การเลือกเส้นทางขี่จักรยาน, เสื้อผ้า, การป้องกันการถูกโจรกรรม การใช้จักรยานร่วมกับรถเมล์ ประโยชน์ของการขี่จักรยานต่อสุขภาพและพลานามัย การขี่จักรยานกับกิจกรรมทางสังคมการจัดอบรมนี้อาจจะจัดรวมกับงานนิทรรศการเกี่ยวกับการเดินทางซึ่งสนับสนุนโดยองค์การขนส่งมวลชนต่าง ๆเพื่อจูงใจให้คนสนใจเข้ารับการอบรม พนักงานขององค์กรอาจจะได้รับเบี้ยเลี้ยงในการ อบรม ลูกค้า นักเรียน นักศึกษา หรือบุคคลภายนอกองค์กรอาจจะให้เป็นบัตรกำนัลหรือบัตรส่วนลดของร้านขายจักรยานในท้องถิ่น         

     16. ปรับปรุงบัตรแสดงความคิดเห็น        จัดให้มีบัตรแสดงความคิดเห็นเพื่อได้รู้ข้อมูลจากพนักงาน หาข้อมูลว่าการจัดการส่งเสริมที่ได้ทำไปแล้วนั้น มีผลต่อพนักงานอย่างไรบ้างและเพื่อจะรับฟังข้อเสนอเพื่อปรับปรุงการส่งเสริมการขี่จักรยานนี้ให้ดียิ่งขึ้น         

     17. ตำแหน่งอย่างเป็นทางการ สนับสนุนโดยตั้งตำแหน่งเป็นทางการให้คณะกรรมการที่ปรึกษา หรือพนักงานที่ทำงานเกี่ยวกับประเด็นทางสังคม ซึ่งมีผลกระทบต่อองค์กร แต่การจัดการหรือแก้ไขประเด็นเหล่านั้นอยู่นอกเหนืออำนาจและความรับผิดชอบขององค์กร ประเด็นเหล่านี้อาจจะเป็นเส้นทางจักรยาน การใช้ประโยชน์ที่ดินในท้องถิ่น การปรับปรุงถนน การให้บริการรถเมล์ และการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ เป็นต้น         

     18. สายด่วนให้ความช่วยเหลือ จัดตั้งสายด่วนเพื่อให้ความช่วยเหลือและส่งต่อผู้เกี่ยวข้องสำหรับประชาชนที่สนใจที่จะมาร่วมขี่จักรยาน รายชื่ออาสาสมัครซึ่งสามารถให้คำแนะนำข้อมูลควรรู้ในการเดินทางโดยจักรยน เช่น เส้นทางที่เหมาะสม เครื่องแต่งกาย หรือ ข้อมูลอื่นๆ ให้บริการเพื่อนคู่ปั่นเพื่อช่วยผู้ขี่จักรยานมือใหม่ ระบุเส้นทางเดินทางทุกเส้นบนแผนที่ใหญ่ของท้องถิ่น แผนที่นี้จะช่วยให้การนัดพบและการขี่จักรยานไปด้วยกันเป็นไปได้โดยง่าย เข้าสนับสนุนพอสมควรจะเป็นการจูงใจให้ผู้อยากเริ่มขี่จักรยานรายไหม่ๆ มีผู้อาสาขี่เป็นเพื่อนกัน ทำให้คนที่เริ่มสนใจขี่จักรยานไม่ท้อถอยไปเสียก่อน เพราะต้องขี่จักรยานตามลำพัง พิจารณาเพื่อร่วมมือกับชมรมจักรยานในท้องถิ่น         

     19. จัดวันขี่จักรยานไปทำงาน จัดวันขี่จักรยานไปทำงาน การทำเช่นนี้จะเป็นโอกาสที่จะเผยแพร่คำแนะนำ และข้อมูลเกี่ยวกับทางเลือกในการเดินทาง 

     20. มีรถให้ยืมใช้ จัดให้มีรถยนต์สำหรับผู้ขี่จักรยานได้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน หรือเมื่อมีความจำเป็นต้องใช้จักรยาน  

     21. ศูนย์รับเลี้ยงเด็ก จัดศูนย์เด็กเล็กเพื่อให้ความสะดวกแก่พนักงานเพื่อให้ทางเลือกในการงานได้ง่ายขึ้น การที่ศูนย์เด็กเล็กอยู่ไกลจากที่ทำงาน อาจทำให้ผู้ปกครองไม่อยากขี่จักรยานมาทำงาน 

    22. การประกันสุขภาพ ให้เงื่อนไขการประกันสุขภาพแก่ผู้ขี่จักรยานดีกว่ากรมธรรม์แบบอื่นๆ ซึ่งอาจจะเป็นการเพิ่มผลประโยชน์ ลดเบี้ยประกัน หรือลดค่าใช้จ่ายของส่วนผู้เอาประกันต้องรับผิดชอบ โดยวิธีการแบบนี้ควรจะมีให้แก่ผู้ไม่สูบบุหรี่เช่นกัน         

    23. การให้รางวัล รางวัลสำหรับพนักงานดีเด่น, รางวัลตอบแทนลูกค้า หรือให้แก่นักเรียนควรให้เป็นรถจักรยานหรืออุปกรณ์ เครื่องใช้ที่เกี่ยวกับการขี่จักรยาน เสื้อสะท้อนแสง, ไฟฉายสวมศรีษะ, กระจกหรือหมวกนิรภัยที่สลักชื่อผู้รับและมีเครื่องหมายขององค์กรเป็นรางวัลที่แสดงถึงการส่งเสริมและสนับสนุนการขี่จักรยานและแสดงถึงความห่วงใยในความปลอดภัยของผู้รับ

     24. ทัศนคติ จัดให้มีการแสดงออกถึงทัศนคติต่อการขี่จักรยานในองค์กร หัวข้อควรจะรวมถึงการขี่จักรยานกับความตั้งใจจริงและความเป็นมืออาชีพ, ความเพลิดเพลินในการขับรถและอุปสรรคทางจิตวิทยา โดยมากคนทั่วไปมักมีความคิดที่ทำให้เป็นข้อจำกัด เช่น ไกลเกินไป, อายุมากเกินไป, สุขภาพไม่ดี, ขี้เกียจ, ต้องเอาเด็ก/สุนัขไปด้วย, ไม่ชอบที่จะต้องเปลี่ยนเสื้อผ้า, ฝนตก, อันตราย, กินเวลามากเกินไป ในบางกรณีทัศนคติเช่นนั้นอาจจะเป็นข้อจำกัดจริงๆ ในขณะที่บางกรณีเป็นเพียงข้ออ้างเพื่อจะแก้ตัวเท่านั้น         

     25. กองจักรยาน จัดตั้งกองจักรยานตามแบบการใช้รถยนต์ร่วมกันที่องค์กรหลายแห่งมีอยู่แล้ว พนักงานสามารถเบิกรถจักรยานไปใช้ในงานของบริษัท  (เมือง Seattle และ Kingcounty ได้ริเริ่มกองจักรยานแบบนี้) รถจักรยานเหล่านี้อาจเป็นหลักประกันสำหรับโครงการรถกลับบ้าน หากผู้ที่ร่วมโครงการใช้รถร่วมกันพลาดรถร่วม ก็จะใช้รถจักรยานขี่กลับบ้านได้         

     26. จักรยานให้ยืม โครงการให้ยืมหรือให้เช่าซื้อจักรยานภายในเวลาที่กำหนดไว้ เช่น 30 วัน, 90วัน วิธีนี้จะช่วยให้คุณลองขี่จักรยานไปทำงานโดยที่ยังไม่ต้องมีรถ โครงการนี้อาจทำเป็นให้ยืมหรือเช่าซื้อ โดยสามารถเลือกที่จะซื้อรถภายหลังได้ เมื่อต้องการและจัดขายให้ได้ในราคาพิเศษ 

     27. นักขี่จักรยานตกค้าง จัดทำแผนการช่วยเหลือคนขี่จักรยานในกรณีที่จักรยานเสียกลับบ้านไม่ได้ 

    28. ให้รางวัลคนขี่จักรยานมาทำงาน จัดให้มีการจับฉลากเพื่อแจกรางวัลแก่คนที่ปกติจะขี่จักรยานมาทำงาน         

     29. ส่วนลด ติดต่อร้านขาย/ซ่อม จักรยานในท้องถิ่นเพื่อขอส่วนลดให้ผู้ขี่จักรยานในองค์กร

     30. ให้รางวัลผู้ที่ชักชวน ให้รางวัลแก่ผู้ที่ชักชวนคนใหม่ ๆ ให้มาร่วมขี่จักรยานมาทำงาน

     31. การขี่จักรยานเพื่อสันทนาการ จัดให้มีการขี่จักรยานตอนเที่ยงหรือหลังเลิกงาน เป็นการสนับสนุนให้ได้ออกกำลังและพักผ่อน ซึ่งให้ประโยชน์หลายอย่างแก่องค์กรนอกเหนือจากโอกาสที่จะได้จำนวนคนขี่จักรยานมาทำงานเพิ่มขึ้น ข้อมูลนี้เผยแพร่โดย สันนิบาตจักรยานชองวอชิงตัน ซึ่งเป็นองค์กรอาสาสมัครที่ไม่หวังผลกำไรที่ทำงานเพื่อให้บริเวณตะวันตกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกา เป็นเขตขี่จักรยานที่ดียิ่งๆ ขึ้น     

 Bicycle Alliance of Washington       P.O. Bone 2904       Seattle , WA 98111       206-224-9252หากท่านมีข้อสงสัยก็ติดต่อได้ที่ Email : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.  

การขับขี่และการใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน (คำนำ)

การขับขี่และการใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน    

           เอกสารชุดนี้เป็นของโครงการจัดทำแผนสร้างทางจักรยานและรณรงค์ขี่จักรยานแบบควบวงจรในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่  เป็นโครงการศึกษาตามความต้องการของเทศบาลนครเชียงใหม่โดยได้รับทุนสนับสนุน การศึกษาจากสำนักงานนโยบาย และแผนพลังงานแห่งชาติ (ส.พ.ช.)

        เอกสารชุดนี้ได้รับความอนุเคราะห์จาก รศ.ดร.บุญส่ง สัตโยภาส นักวิชาการทางการขนส่งและการจราจร  และอาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งภรรยาของท่านได้เสียสละเวลาในการแปลเอกสารจากเว็บไซต์ต่างๆ และรวบรวมเป็นชุดสาระความรู้เกี่ยวกับการขับขี่และดูแลรักษาจักรยานในชีวิตประจำวัน ดังต่อไปนี้

 

คำนำของผู้เรียบเรียง                             

           เมืองเชียงใหม่ของเราเปลี่ยนแปลงมากและเปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดหย่อน มีการขยายตัวของอาคารสูง  มีศูนย์การค้าขนาดใหญ่เกิดขึ้นหลายแห่ง มีสถานอุดมศึกษาและโรงเรียนเกิดขึ้นอีกหลายแห่งทั้งในระบบไทยและระบบนานาชาติ สนามบินมีการขยายตัว และมีการสร้างถนนหนทางเพิ่มขึ้นมากมายทั้งในเมืองและถนนวงแหวนที่เชื่อมนอกเมืองกับเขตเทศบาล  จนเชียงใหม่กลายเป็นศูนย์กลางของหลายสิ่งหลายอย่างแต่ขาดความสมดุลทางคมนาคมและการจราจรเพราะเมืองเชียงใหม่ขาดระบบขนส่งสาธารณะ ที่ประชาชนใช้โดยสารประจำทางได้อย่างเป็นระบบ   

 

Read more: การขับขี่และการใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน (คำนำ)

การตรวจเช็ครถจักรยานก่อนขี่

pdf การตรวจเช็ครถจักรยานก่อนขี่

การขี่จักรยานเป็นกลุ่ม

การขี่จักรยานเป็นกลุ่ม

แปลจาก “http://www.seattlebicycle.com/rides/articles/group_riding.html” 

          การขี่จักรยานเป็นกลุ่มเป็นกิจกรรมที่สนุกที่สุดอย่างหนึ่ง การขี่จักรยานกับเพื่อนอย่างช้า ๆ และปลอดภัยสนุก แต่ก็มีกติกามารยาทหรือกฎจราจรที่ควรปฏิบัติเมื่อขี่จักรยานเป็นกลุ่มใหญ่ 

· ต้องเดาใจกันได้ การขี่จักรยานเป็นกลุ่มใหญ่ต้องทำให้ผู้อื่นรู้เจตนาได้ดีกว่าการขี่จักรยานตามลำพัง คนอื่นๆ ในกลุ่มมักจะเข้าใจว่าคุณจะขี่ตรงไปข้างหน้าเรื่อย ๆ ด้วยความเร็วคงที่ นอกจากว่าคุณจะให้สัญญาณเป็นอย่างอื่น
 · ให้สัญญาณ โดยการให้มือหรือคำพูดเพื่อให้ผู้ร่วมกลุ่มและผู้ใช้ถนนคนอื่นเข้าใจ สัญญาณมือเพื่อการเลี้ยวหรือหยุดมีดังนี้     

         ยื่นมือซ้ายตรง             - สัญญาณเลี้ยวซ้าย

        ยื่นมือซ้ายคว่ำมือลง      - สัญญาณให้ช้าลงหรือหยุดยื่นมือขวาตรงๆ

        หรือยกมือซ้ายขึ้น         - เลี้ยวขวา 

· การเตือน  เตือนผู้ร่วมขี่จักรยานที่อยู่ด้านหลังเมื่อต้องการเปลี่ยนเส้นทางหรือความเร็วโดยการตะโกนบอกว่าจะเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวา นอกเหนือจากการให้สัญญาณมือ ผู้นำกลุ่มควรบอกให้ผู้อื่นรู้ว่าจะเลี้ยวก่อนที่จะเข้าถึงทางแยกเพื่อคนขี่ในกลุ่มคนอื่น ๆ จะมีเวลาพอที่จะเตรียมตัวที่จะเลี้ยวได้อย่างถูกวิธี           

· เปลี่ยนที่อย่างถูกวิธี  ปกติรถที่แล่นช้าจะอยู่ทางซ้าย ดังนั้นเมื่อต้องการแซงควรจะแซงด้านขวาเท่านั้น และบอกให้เขารู้ตัวว่า การบอกว่า “ผมอยู่ทางขวาครับ” ถ้าต้องการแซงซ้ายจะต้องบอกดัง ๆ ว่า “อยู่ทางซ้าย” เพราะเป็นทางแซงที่ไม่ปกติ

· เตือนภัยต่างๆ  เมื่อขี่จักรยานเป็นกลุ่ม ผู้ขี่จักรยานมักจะมองไม่เห็นถนนข้างหน้า จึงจำเป็นที่จะต้องบอกเตือนถึงอันตรายต่าง ๆ เช่น หลุม เศษแก้ว ทางโรยกรวด ทางไม่เรียบ ฯลฯ ควรจะเตือนโดยใช้มือชี้ซ้ายหรือขวา แล้วตะโกนบอก เช่น “หลุม” “เนิน” ฯลฯ ทุกคนในกลุ่มควรจะรู้ถึงอันตรายเหล่านี้ แต่ไม่ใช่จะร้องตะโกนกันทุก ๆ คน

 · ระวังรถที่มาจากด้านหลัง  แม้ว่าจะขี่จักรยานอยู่บนถนนอย่างถูกต้อง แต่ก็จะดีมากหากรู้ว่ามีรถแล่นมาจากด้านหลัง เนื่องจากคนที่ขี่อยู่ด้านหน้าจะไม่เห็นรถที่มาจากด้านหลัง ดังนั้นผู้ที่ขี่อยู่หลังสุดควรจะบอกให้คนอื่น ๆ รู้ว่ามีรถมาด้านหลัง เมื่อขี่ตามทางโค้ง ถนนแคบ ๆ หรือขี่จักรยานเรียงกัน 2 คัน และการบอกเตือนถึงรถที่มาจากด้านหน้าจากผู้อยู่ด้านหน้าก็จะเป็นประโยชน์มาก

 · ระวังที่ทางแยก  เมื่อเข้าใกล้ทางแยกที่มีเครื่องหมายให้ทางหรือหยุด ผู้ขี่นำจะต้องพูดให้ “ช้าลง” หรือ “หยุด” เพื่อให้ผู้ตามมาได้มีเวลาลดความเร็วลง เมื่อขี่รถผ่านทางแยก บางคนมักจะบอกผู้อื่นว่า “ถนนว่าง” หากไม่มีรถสวนมาก แต่นั่นเป็นการปฏิบัติที่อันตรายมาก เพราะทำให้คนอื่น ๆขี่ตามคนขี่นำ ปล่อยให้คนอื่นคิดแทนตน ผู้ขี่จักรยานทุกๆ คนจะต้องเป็นคนดูเองให้แน่ใจว่าถนนว่างจริง ๆ 

· เว้นช่องเผื่อรถอื่น  เมื่อขี่จักรยานขึ้นเขาหรือหากถนนแคบ ทำให้กีดขวางรถที่วิ่งเร็วกว่า ให้เว้นช่องว่างไว้สำหรับรถ ระยะรถจักรยาน 3-4 คัน ผู้ขับรถยนต์จะได้มีโอกาสแซงจักรยานเป็นระยะๆ และผ่านกลุ่มจักรยานไปได้ โดยปลอดภัย 

· เมื่อหยุดรถ  ต้องออกไปให้พ้นผิวทางจราจร เมื่อไหร่ก็ตามที่หยุดรถ   เพราะรถเสียหรือเพื่อรอคนอื่น ๆ ออกไปหยุดอยู่นอกผิวจราจรและเมื่อเริ่มขี่ต่อไป ผู้ขี่จักรยานทุก ๆ คนจะต้องระวังและให้ทางแก่รถบนถนนก่อนจะขี่ขึ้นไปบนถนน

· ขี่เรียงเดี่ยวหรือคู่  การขี่จักรยานควรจะขี่เดี่ยวหรือขี่คู่กันตามความเหมาะสมของลักษณะถนนและการจราจรและตามกฎจราจร    ในสหรัฐฯ  รัฐต่าง ๆ มีกฎจราจรอนุญาตให้พาหนะเล็ก ๆ เช่น จักรยาน หรือ จักรยานยนต์ ขี่คู่กันได้ในช่องทางจราจร แต่แม้ว่าการขี่คู่กันเช่นนั้นถูกต้องตามกฎจราจร มารยาทของการใช้รถใช้ถนนก็คือ จะต้องขี่เรียงเดี่ยวเมื่อมีรถยนต์พยายามแซง หากช่องทางจราจรนั้นกว้างพอที่จะให้รถยนต์แซงได้อย่างปลอดภัย  

การสวมหมวกนิรภัย

pdf การสวมหมวกนิรภัย

 

LOGO GWF logo tcc logo rabn logo SSS