นโยบายที่ต้องการเสนอให้รัฐบาลส่งเสริมการใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน

สรุปผลการประชุมหารือ เรื่อง
นโยบายส่งเสริมการใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน
เพื่อลดมลพิษ จราจรไม่ติดขัด ประหยัดพลังงาน ลัดเส้นทาง สร้างเสริมสุขภาพ
เสนอแนะเป็นนโยบายของรัฐบาลและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน
ณ วิทยาลัยการพยาบาล จ.พิษณุโลก เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2549
 
การใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน เพื่อเดินทางจากบ้านหรือที่พักไปทำงานหรือไปเรียนหนังสือ นับว่าเป็นทางเลือกทางหนึ่งของผู้ที่เดินทางในระยะใกล้ 5 – 10 กม. ซึ่งช่วยให้ประชาชนรายบุคคล เดินทางต่อเดียวจากบ้านไปถึงจุดหมายปลายทาง หรือไปยังสถานีขนส่งสาธารณะสำคัญๆ ได้ ซึ่งในต่างจังหวัดนั้นทางเลือกนี้มีศักยภาพสูงกว่าในกรุงเทพมหานคร หรือมีโอกาสที่จะส่งเสริมให้ประสบความสำเร็จได้สูงยิ่ง หากมีการร่วมมือระหว่างหน่วยงานของรัฐและหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับองค์กรประชาชนของผู้ใช้จักรยาน โดยหน่วยงานของรัฐและหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้สร้างถนนที่มีทางจักรยานหรือถนนจักรยานและมีนโยบายดูแลเส้นทางจักรยานให้ปลอดจากการจอดรถยนต์-รถจักรยานยนต์ และมีระบบจราจรที่เอื้ออาทรต่อผู้ใช้จักรยานอย่างเข้มแข็ง ทั้งนี้ควรมีมาตรการจูงใจบางอย่างที่ต้องอาศัยนโยบายจากรัฐบาล เนื่องจากผลของการใช้จักรยานเกี่ยวข้องกับกระทรวงต่างๆของรัฐดังต่อไปนี้
 1. การลดมลพิษจากการใช้จักรยานในระยะใกล้แทนการใช้รถยนต์และจักรยานยนต์ ช่วยให้คุณภาพอากาศในเมืองที่มีปัญหารถติดดีขึ้น มีผลดีต่อสภาพแวดล้อม ทำให้เมืองน่าอยู่-น่าเที่ยว เรื่องเหล่านี้รับผิดชอบดูแลโดยกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเป็นสิ่งสนับสนุนการท่องเที่ยวของคนไทยและชาวต่างประเทศอีกด้วยซึ่งรับผิดชอบโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
2. การใช้จักรยานเดินทางระยะใกล้ในชีวิตประจำวันช่วยให้ชะลอหรือลดปัญหาการจราจรติดขัดในเมืองใหญ่ๆ จากการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลได้มาก มีผลดีต่อการเดินทางและการขนส่ง และลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงถนนหนทาง ซึ่งดูแลรับผิดชอบโดยกระทรวงคมนาคมและองค์กรปกครองท้องถิ่น
3. การใช้จักรยานแทนรถยนต์หรือจักรยานยนต์ในชีวิตประจำวัน ช่วยให้ประเทศของเราลดการใช้พลังงาน และช่วยรักษาดุลการชำระเงินของประเทศด้วย ซึ่งดูแลรับผิดชอบโดยกระทรวงพลังงานและกระทรวงการคลัง
4. ถ้าส่งเสริมให้คนหันมาใช้จักรยานในชีวิตประจำวันได้อย่างกว้างขวาง จะทำให้ประชาชนมีสุขภาพกายแข็งแรง ช่วยให้ประชาชนลดการพึ่งพาการรับบริการการรักษาพยาบาลที่มีงบประมาณจำกัด ซึ่งเป็นเรื่องที่ดูแลรับผิดชอบโดยกระทรวงสาธารณสุข และเป็นแหล่งเพาะผลิตนักกีฬาจักรยานให้แก่กระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬา
5. ผู้รักการใช้จักรยานในชีวิตประจำวันมักมีสุขภาพจิตดี โดยเฉพาะหากส่งเสริมให้เยาวชนใช้จักรยานได้อย่างปลอดภัยในกลุ่มเยาวชนตั้งแต่นักเรียนชั้นมัธยมต้นเป็นต้นไป จะทำให้นักเรียนชั้นมัธยมต้นส่วนหนึ่งใช้จักรยานไปโรงเรียนแทนการใช้จักรยานยนต์อย่างขาดวุฒิภาวะ และไม่ปฏิบัติตนนอกกรอบของกฎหมายจราจร(นักเรียนชั้นมัธยมใช้จักรยานยนต์ไปโรงเรียนก่อนอายุถึงเกณฑ์ที่จะมีใบขับขี่ได้) ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ช่วยให้ผู้ปกครองมีความสบายใจ สิ่งเหล่านี้รับผิดชอบดูแลโดยกระทรวงพัฒนาการและความมั่นคงของมนุษย์
 
การส่งเสริมการใช้จักรยานเชิงนโยบายจากรัฐ :
 
เนื่องจากผลดีของการใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน เกี่ยวข้องกับการดูแลรับผิดชอบโดยหลายกระทรวง การสนับสนุนต่างๆ จึงควรเป็นนโยบายแห่งรัฐดังนี้
1)       ให้หน่วยงานของรัฐจัดหาสถานที่พิเศษ( สะดวก ร่มรื่น ปลอดภัยจากโจรกรรม)ในหน่วยงาน สำหรับติดตั้งที่จอดรถจักรยานล๊อคได้ สำหรับบุคลากรที่หันมาใช้จักรยานและในบางที่ควรปรับปรุงห้องน้ำและห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าให้แก่ผู้ที่ขี่จักรยานระยะ 5 – 10 กม. มาทำงาน สำหรับ อาบน้ำ เช็ดตัวและเปลี่ยนชุดก่อนก่อนเวลาเข้าทำงานด้วย
2)       จัดทำเส้นทางจักรยานที่ปลอดภัยแท้จริง(รถยนต์-จักรยานยนต์ไม่จอดขวางเส้นทางและไม่วิ่งร่วม) เพื่อสนับสนุนการเดินทางไปยังศูนย์ราชการหรือที่ทำงานต่างๆของบุคลากรผู้ใช้จักรยาน โดยมีทางเฉพาะจักรยานและหรือถนนจักรยาน (รถทุกประเภทร่วมใช้ได้แต่วิ่งด้วยความเร็วของจักรยาน) ซึ่งให้การดูแลผู้ใช้จักรยานสูงมาก โดยให้องค์กรผู้ใช้จักรยานมีส่วนร่วมพิจารณาลักษณะการใช้ประโยชน์ของเส้นทางจักรยานตั้งแต่การออกแบบเป็นต้นไปรวมทั้งระบบจราจรที่เกี่ยวข้อง
3)       ขอให้ ครม. พิจารณามาตรการสิ่งจูงใจแก่ผู้ใช้จักรยานเดินทางไปทำงานยังหน่วยงานของรัฐและรัฐวิสาหกิจโดยสมัครใจ โดยเริ่มต้นโครงการทดลอง ณ ศูนย์ราชการระดับจังหวัดเทศบาลเมืองหรือนคร เทศบาลตำบล และองค์การบริหารส่วนจังหวัดและส่วนตำบลต่างๆ และหน่วยงานที่สมัครใจเข้าร่วม โดยให้มีระบบลงชื่อลงเวลาทำงานแยกต่างหาก และจัดให้มีการติดตามข้อมูลของผู้ที่เปลี่ยนมาใช้จักรยานด้วยความสมัครใจ เพื่อให้สามารถประมวลผลการประหยัดพลังงานและผลทางด้านสุขภาพที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
4)       รัฐบาลหรือ ครม.มอบนโยบายการดูแลทางและถนนจักรยาน ให้แก่สำนักงานตำรวจแห่งชาติและกระทรวงคมนาคม โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้เชิญประชุมหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้องในระดับจังหวัด ขับเคลื่อนนโยบายที่มอบให้ ในการดูแลทางและถนนจักรยานในถนนต่างๆ ให้ได้ผลดี เพื่อให้ประชาชนมั่นใจในความปลอดภัยที่จะมาร่วมใช้จักรยานกันเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างยั่งยืน มีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนมีความตระหนักที่จะหันมาใช้จักรยานด้วยความสมัครใจเพิ่มขึ้น และกำหนดให้ผู้ใช้ยานยนต์ยอมรับการมีวินัยจราจรที่ต้องเป็นผู้ดูแลผู้ใช้จักรยานที่ร่วมสัญจรในทุกถนนอย่างจริงจัง ในเรื่องนี้รัฐบาลควรมอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติถือเป็นนโยบายที่จะคัดเลือกผู้มีวิสัยทัศน์ในเรื่องระบบจราจรที่เอื้ออาทรต่อผู้ใช้จักรยานด้วย เป็นผู้บังคับบัญชาทุกระดับของตำรวจจราจร
5)       สิ่งจูงใจที่เสนอให้ ครม.พิจารณาสนับสนุนและออกประกาศใช้ เพื่อสนับสนุนการใช้จักรยานเดินทางประหยัดพลังงาน คือ
 
ก. ผู้ที่ใช้รถจักรยานไปทำงาน และมีสุขภาพดี(ไม่ลาป่วยและไม่ลากิจผิดปกติ) ให้ได้รับวันลาหยุดพักผ่อนประจำปีชดเชย 1 วันสำหรับการใช้จักรยานไปทำงานทุก 50 วัน ปีละไม่เกิน 5 วัน(ทั้งปีมีวันทำงานประมาณ 250 วัน)เนื่อง จากมีส่วนช่วยลดมลพิษทางอากาศและเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลน้อยลง
ข. ผู้ที่หันไปใช้รถจักรยานแทนรถยนต์หรือมอเตอร์ไซด์อย่างมีหลักฐานซึ่งตรวจสอบและรับรองได้ ให้ได้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีรถประจำปี(ป้ายวงกลม)ร้อยละ 10 ของที่เคยเสียอยู่สำหรับการใช้จักรยานไปทำงานทุก 50 วัน ปีละไม่เกินร้อยละ 50 ของที่เคยเสียอยู่ เนื่องจากมีส่วนช่วยให้ถนนหนทางชำรุดสึกหรอน้อยลง
ค. ให้มีการลดหย่อนเบี้ยประกันภัยตาม พ.ร.บ. ของรถยนต์หรือจักรยานยนต์เป็นสัดส่วนตามจำนวนวันที่มีหลักฐานว่าใช้จักรยานไปทำงานหรือไปเรียนได้ถึงร้อยละ 50 ให้สอดคล้องกับข้อ ข.เนื่องจากลดโอกาสความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ และลดการจ่ายค่าเสียหายให้แก่บริษัทประกันภัยไปในตัว
ง.   ให้จังหวัดและองค์กรปกครองท้องถิ่นประกาศยกย่องหน่วยงานของตนซึ่งมีหลักฐานบ่งชี้ว่ามีสัดส่วนของผู้ใช้จักรยานมาก 3 ลำดับแรกเดือนละครั้งและให้เผยแพร่การยกย่องนี้ทางสื่อมวลชนด้วย
จ. ขอให้ ครม.พิจารณามอบหมายให้ ททท.ยกย่องและส่งเสริมโรงแรมซึ่งมีที่จอดจักรยานสำหรับนักท่องเที่ยว และให้การรถไฟแห่งประเทศไทยจัดให้มีขบวนรถไฟโดยสารที่รับขนส่งจักรยานของนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศไปยังทุกภาคอย่างน้อยวันละ 1 ขบวนและคิดค่าบริการขนส่งจักรยานให้เหมาะสมกับระยะทาง
 
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
 
1.     ภาคเอกชนจะดำเนินการส่งเสริมการใช้จักรยานเพื่อลดมลพิษและประหยัดพลังงานตามแบบอย่างที่นำโดยหน่วยงานภาครัฐอย่างกว้างขวางในต่างจังหวัด
2.     เมืองต่างๆในประเทศไทยจะมีสุขภาวะที่ดี มีความน่าอยู่น่าเที่ยวยิ่งขึ้น
3.     ประชาชน และบุคลากรของรัฐสามารถร่วมประหยัดพลังงานที่ตามปกติยังสูญเสียไปในภาคการขนส่งและการเดินทางในชีวิตประจำวันได้มาก
4.     ประชาชนลดรายจ่ายประจำวันที่ไม่จำเป็นลงได้ จะมีเงินใช้บริโภคสินค้าในประเทศเพิ่มขึ้นแต่ไม่ลดการมีรถยนต์ส่วนบุคลสำหรับการเดินทางเป็นครอบครัวในโอกาสต่างๆ
5.     ประชาชนที่หันมาใช้จักรยานได้ จะได้ออกกำลังกายแม้ไม่ตั้งใจ สุขภาพทางกายและใจจะดียิ่งขึ้น ช่วยให้ลดรายจ่ายของประกันสังคมและรัฐในค่ารักษาพยาบาล
6.     การปั่นจักรยานไปโรงเรียนได้ในชีวิตประจำวัน ทำให้เยาวชนผู้มีส่วนร่วมนี้มีขีดความสามารถช่วยเหลือตนเองได้มากขึ้น ช่วยลดภาระที่ไม่จำเป็นของผู้ปกครองในการประกอบอาชีพได้มาก..หากระบบจราจรเอื้ออาทรและปลอดภัยต่อผู้ใช้จักรยานอย่างแท้จริง รวมทั้งไม่สร้างความชาชินต่อการขับขี่รถจักรยานยนต์โดยไม่มีใบขับขี่ให้แก่เยาวชนโดยความร่วมมือจากทุกฝ่าย คือผู้ปกครอง โรงเรียนและตำรวจจราจร
 ชมรมจักรยานวันอาทิตย์เชียงใหม่...องค์กรผู้ประสานงาน