ข้อกฎหมายที่ใช้สนับสนุนการมีเส้นทางจักรยาน

ข้อกฎหมายที่ใช้สนับสนุนการมีเส้นทางจักรยาน
และระบบจราจรที่ดูแลความปลอดภัยแก่ผู้ใช้จักรยานได้

ประเทศไทย มี พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 เป็นกฎหมายหลักที่มีกำหนดกฎเกณฑ์ ของการการจราจร ซึ่งหมายถึง การใช้ทางของผู้ขับขี่  คนเดินเท้า หรือคนที่จูง ขี่ หรือไล่ต้อนสัตว์ รวมถึงการขับขี่และการใช้รถใช้ทาง(หรือถนน)ของรถทุกชนิดเอาไว้ ยกเว้นทางรถไฟ

พ.ร.บ. นี้ ยังเปิดโอกาสให้เจ้าพนักงานจราจรที่มีวิสัยทัศน์กำหนดช่องทางเดินรถประเภทใดประเภทหนึ่งขึ้นได้ เช่นช่องเดินรถประจำทางสวนถนนจราจรทางเดียวใน กทม. สามารถออกประกาศกำหนดทางเดินรถสองทางให้เป็นทางเดินรถทางเดียวได้ เมื่อเห็นว่าสะดวก ปลอดภัยและเป็นประโยชน์แก่ประชาชน 

ในเชียงใหม่ ตำรวจภูธรเชียงใหม่ ได้กำหนดให้ถนนรอบคูเวียงเดิมซึ่งเป็นการจราจรสองทาง เปลี่ยนเป็นทางเดินรถทางเดียว เมื่อราว พ.ศ.2525 เนื่องจากมีปัญหารถติดมาก..เดิมรถสามารถวิ่งผ่านสี่แยกต่างๆรอบคูเวียงเข้าสู่คูเวียงได้  การปรับเปลี่ยนถนนเดินรถสองทางให้เป็นทางเดียวทำให้รถที่เคยติดนานวิ่งไหลลื่น จึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนถนนนอกคูเวียง เช่นถนนท่าแพ ถนนช้างม่อย และถนนลอยเคราะห์ให้เป็นถนนทางเดียว นอกจากนั้นการเข้า-ออกของรถสู่พื้นที่สี่เหลี่ยมคูเวียงและถนนช้างม่อยตัดใหม่เลียบวัดแสนฝางถูกปรับ เปลี่ยนตามที่ พ.ร.บ.จราจรทางบก.2522..เปิดทางไว้ให้ กลายเป็นถนนสวนชิดขวาเหมือนในประเทศลาว ประเทศพม่าและประเทศในยุโรปซึ่งแตกต่างจากระบบจราจรสวนชิดซ้ายส่วนใหญ่ของประเทศไทย  รวมทั้งยังมีการกำหนดให้ซอยต่างๆที่เชื่อมโยงถนนช้างม่อย กับถนนท่าแพและถนนลอยเคราะห์เป็นถนนจราจรทางเดียวด้วย  การเปลี่ยนให้เป็นถนนทางเดียวมีเหตุผลดี เพราะทำให้รถยนต์วิ่งได้สะดวกกว่าต้องวิ่งสวนกันในซอยที่ถนนแคบ  แต่มีผลให้รถทุกชนิดวิ่งทางเดียวทั้งหมดรวมทั้งจักรยานด้วย ผู้ใช้จักรยานถูกบังคับให้ต้องขับขี่อ้อมวนเพื่อเดินทางมายังจุดหมายเริ่มต้น โดยต้องใช้แรงกายของตน ทำให้เสน่ห์ของการใช้จักรยานในเมืองเชียงใหม่หายไป การทำให้จักรยานวิ่งสวนได้ดังเดิม จะทำให้เสน่ห์ของเมืองเชียงใหม่กลับคืนมาอีกครั้งหนึ่งและอย่างยั่งยืน

เมื่อ พ.ร.บ.จราจรทางบก 2522 ให้อำนาจเจ้าพนักงานจราจรกำหนดช่องเดินรถสำหรับรถแต่ละชนิดได้ และปรับเปลี่ยนทางเดินรถจากกฎเกณฑ์ทั่วไปได้ ก็ย่อมสามารถที่จะกำหนดให้เฉพาะจักรยานวิ่งสองทางได้เช่นเดิมในถนนที่เป็นทางเดินรถทางเดียว เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้ประชาชนใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน เป็นทางเลือกให้ประชาชนร่วมกันประหยัดพลังงาน ร่วมแก้ปัญหารถติด-มลพิษมาก และร่วมหยุดโลกร้อน-ด้วยชีวิตพอเพียงได้ ซึ่งจะทำให้ประชาชนหันมาใช้จักรยานกันมากขึ้นและเปลี่ยนเป็นพฤติกรรมใหม่

ต่อไปนี้จะยกข้อกฎหมายบางมาตราที่ เจ้าพนักงานจราจรสามารถยกขึ้นมาใช้สนับ สนุนและส่งเสริมการใช้จักรยานทั่วประเทศในชีวิตประจำวันได้ และควรเริ่มทดลองใช้ในเชียงใหม่ในเส้นทางจักรยานที่ อจร.จ.เชียงใหม่ให้ความเห็นชอบไว้เมื่อกันยายน 2547

มาตรา 21  ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามสัญญาณจราจรและเครื่องหมายจราจรที่ได้ติดตั้งไว้หรือทำให้ปรากฏในทาง หรือที่พนักงานเจ้าหน้าที่แสดงให้ทราบ

สัญญาณจราจร เครื่องหมายจราจรและความหมายของสัญญาณจราจรและเครื่อง หมายจราจร ให้อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาและให้มีรูปตัวอย่างแสดงไว้ในประกาศด้วย

[ในมาตรานี้ กรมทางหลวงแผ่นดินและกรมทางหลวงชนบท ควรออกประกาศใช้ป้ายเครื่องหมายจราจรที่มีการเสนอแนะเพิ่มเติม เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้จักรยานตามเส้นทางจักรยานที่จะมีการจัดทำขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทางเฉพาะจักรยานหรือถนนจักรยานสำหรับ ให้ผู้ใช้รถอื่นๆดูแลความปลอดภัยแก่ผู้ใช้จักรยานอย่างเต็มที่]

มาตรา 26  ในทางเดินรถที่มีสัญญาณจราจรหรือเครื่องหมายจราจรตามมาตรา 22 หรือสัญญาณจราจรตามมาตรา 23 ถ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมการจราจรในทางเดินรถนั้น เห็นสมควรเพื่อความปลอดภัยหรือความสะดวกในการจราจร จะให้สัญญาณจราจรเป็นอย่างอื่นก็ได้ ในกรณีเช่นนี้ ให้ผู้ขับขี่ปฏิบัติการเดินรถตามสัญญาณที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนดให้

[ ตามมาตรา 26 นี้ เจ้าพนักงานจราจร สามารถกำหนดให้จักรยานวิ่งสองทางในถนนจราจรทางเดียวได้ โดยมีเส้นกำหนดเป็นช่องเดินรถจักรยานหรือใช้เครื่องหมายจราจรที่กำหนดขึ้นเพิ่มเติมให้ผู้ใช้รถใช้ถนนทั้งหมดทราบว่า ทางช่วงนั้นๆ เป็นถนนจักรยาน หรือทราบว่าตั้งแต่วันที่กำหนดให้เป็นต้นไปนั้น  จักรยานสามารถจะวิ่งสองทางได้ ตราบใดที่ไม่เป็นการวิ่งย้อนศรหรือวิ่งสวนกันผิดไปจากการจราจรสวนชิดซ้ายซึ่งเป็นกฎจราจรหลักของประเทศไทย]

มาตรา 27  สัญญาณจราจรหรือเครื่องหมายจราจรตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ เมื่อมีเหตุอันสมควรให้อธิบดีมีอำนาจแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

[ มาตรานี้ระบุไว้ชัดเจนว่าอธิบดีกรมทางหลวง มีอำนาจแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาณจราจรหรือเพิ่มเติมเครื่องหมายจราจรได้ โดยไม่ต้องเสนอพิจารณาในรัฐสภา]

มาตรา 43  ห้ามมิให้ผู้ขับขี่ขับรถ

          (7) บนทางเท้าโดยไม่มีเหตุอันสมควร เว้นแต่รถลากเข็นสำหรับทารก คนป่วยหรือคนพิการ

[ ตามมาตรานี้ ทางเท้าทั่วไปห้ามใช้จักรยาน ถ้าเจ้าพนักงานจราจรไม่กำหนดให้จักร ยานใช้ทางเท้าที่มีความกว้างขวางเพียงพอไว้ ]

          (8) โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น

มาตรา 55  ห้ามมิให้ผู้ขับขี่หยุดรถ

          (1) ในช่องเดินรถ เว้นแต่หยุดชิดขอบทางด้านซ้ายของทางเดินรถในกรณีที่ไม่มีช่องเดินรถประจำทาง

[ มาตรานี้บ่งชี้ว่า การหยุดรถในช่องทางจักรยานนั้นเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ซึ่งเจ้าพนักงานจราจรมีหน้าที่ดูแลหรือบังคับให้เป็นไปตามกฎหมาย  รถอื่นๆนั้นควรหยุดชิดขอบซ้ายของทางเดินรถของตนซึ่งมิใช่ช่องเดินรถจักรยาน ]

มาตรา 57  เว้นแต่จะได้มีบทบัญญัติ กฎ หรือข้อบังคับตามพระราชบัญญัตินี้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ห้ามมิให้ผู้ขับขี่จอดรถ

(1)   บนทางเท้า

(2)   ในลักษณะกีดขวางการจราจร

[ มาตรา 57 ยืนยันว่า ถ้าไม่มีบทบัญญัติ กฎ หรือข้อบังคับกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น การจอดรถบนทางเท้า หรือกีดขวางการจราจร ย่อมเป็นเรื่องผิดกฎหมาย และการยอมให้รถต่างๆจอดกีดขวางช่องทางที่กำหนดให้เป็นทางวิ่งของจักรยานก็ย่อมผิดกฎหมายเช่นเดียวกัน ]

มาตรา 79  ทางใดที่ได้จัดทำไว้สำหรับรถจักรยาน ผู้ขับขี่รถจักรยานต้องขับในทางนั้น

[ ผู้ใช้จักรยานในถนนสายวัฒนธรรมเชียงใหม่-สันกำแพง ควรและจำเป็นต้องใช้ช่อง ทางจักรยานที่สร้างขึ้นไว้ให้..ตามที่กฎหมายกำหนด โดยเจ้าพนักงานจราจรมีอำนาจหน้าที่ต้องดูแลและบังคับให้เป็นไปตามกฎหมาย ]

มาตรา 82  ผู้ขับขี่รถจักรยานต้องขับให้ชิดขอบทางด้านซ้ายของทางเดินรถ ไหล่ทางหรือทางที่จัดทำไว้สำหรับรถจักรยานให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ในกรณีที่มีช่องเดินรถประจำทางด้านซ้ายสุดของทางเดินรถต้องขับขี่รถจักรยานให้ชิดช่องเดินรถประจำทางนั้น

[ มาตรา 82 บ่งชี้ชัดเจนว่า จักรยานสามารถขับขี่ไปตามถนนต่างๆได้โดยขับขี่ชิดขอบทางด้านซ้ายหรือไหล่ทาง แม้แต่ในทางที่จัดทำไว้สำหรับรถจักรยาน เพียงแต่ไม่สื่อให้รถอื่นๆดูแลระมัดระวังผู้ใช้จักรยานแต่อย่างใด หรือไม่มีการประชาสัมพันธ์ใดๆจากทางการที่ห้ามหรือปรามรถอื่นเข้าไปวิ่งในช่องเดินรถจักรยาน ]

มาตรา 128  ห้ามมิให้ผู้ใดวาง เท หรือทิ้งเศษแก้ว ตะปู ลวด  น้ำมันหล่อลื่น กระป๋องหรือสิ่งอื่นใด หรือกระทำด้วยประการใด บนทางอันอาจทำให้เกิดอันตรายหรือเสียหายแก่ยานพาหนะหรือบุคคล หรือเป็นการกีดขวางการจราจร

[ ยังไม่ปรากฎว่ามีการดูแลหรือจับกุมผู้ทิ้งขว้างเศษแก้ว ตะปู ลวด  หรือสิ่งเป็นอัน ตรายแก่ยานพาหนะหรือบุคคล  ซึ่งมีปัญหากับการขับขี่จักรยานและจักรยานยนต์ ยกเว้นกรณีขว้างก้อนหินใส่รถยนต์ซึ่งมีแพร่หลายมากในปัจจุบันนี้ ]

มาตรา 139  ในทางสายใดหรือเฉพาะทางตอนใดที่เจ้าพนักงานจราจรเห็นว่าถ้าได้ออกประกาศข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการจราจรแล้วจะเป็นการปลอดภัย และสะดวกในการจราจร ให้เจ้าพนักงานจราจรมีอำนาจออกประกาศข้อบังคับ หรือระเบียบดังต่อไปนี้

(7) กำหนดช่องหรือแนวทางเดินรถขึ้นและล่อง

        (8) กำหนดทางเดินรถทางเอกและทางเดินรถทางโท

        (9) กำหนดการจอดรถหรือที่จอดพักรถ

       (10) กำหนดระเบียบการใช้ทางหรือช่องเดินรถสำหรับรถบางประเภท

                   (15) ขีดเส้นหรือทำเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง หรือติดตั้งสัญญาณจราจร หรือเครื่องหมาย

[ มาตรา 139 ชี้ให้เห็นชัดเจน ว่าเจ้าพนักงานจราจร สามารถจะใช้ความในวงเล็บ 7, 8, 9, 10 และ 15 ในการกำหนดกฎจราจรหรือระบบจราจรสำหรับดูแลความปลอดภัยแก่ผู้ใช้จักรยานได้ แต่ต้องเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ในการมองเห็นคุณประโยชน์ของการสนับสนุนส่งเสริมการใช้จักรยานสำหรับเมืองต่างๆ อย่างแท้จริง รองผู้กำกับจราจร พ.ต.ท.ประหยัชย์ บุญศรี เคยร่วมประชุมเตรียมการร่วมกับเทศบาลนครเชียงใหม่และชมรมจักรยานวันอาทิตย์  กำหนดให้มีทางจักรยานสวนชิดซ้ายจากข่วงประตูท่าแพไปข้ามสะพานนวรัฐได้ เมื่อปี 2543และมีทางจักรยานสวนชิดขวาจากแยกแจ่งหัวลินผ่านประตูมาลาเรียและ รร.วัฒโนทัยพายัพไปถึงแจ่งกู่เฮือง เพื่อให้คนใช้จักรยานเดินทางลัดไปยังที่หมายต่างๆได้ แต่เนื่องจากการทำทางจักรยานสวนถนนท่าแพ ทำเสร็จรวดเร็วหลังการประชุมกันเพียงไม่ถึง 1 สัปดาห์ การประชาสัมพันธ์ล่วงหน้า 1 เดือนตามที่หารือกันไว้ยังไม่ทันเริ่มดำเนินการ แต่นักท่องเที่ยวซึ่งเห็นทางจักรยานนี้ก็เริ่มใช้ ทำให้ผู้ใช้รถยนต์จากถนนช้างม่อยและขับออกจากซอยเข้าสู่ถนนท่าแพตกใจมาก มีการร้องเรียนถึงผู้ว่าประวิทย์ สีห์โสภณ จนต้องสั่งยกเลิก ซึ่งถือว่าเป็นบทเรียนหนึ่งของการดำเนินการที่ลัดขั้นตอนก่อนการประชาสัมพันธ์...ดูรายละเอียดได้ใน www.cmcycling.org]

 

๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑

 

LOGO GWF logo tcc logo rabn logo SSS