ทางและถนนจักรยาน..พื้นฐานของการส่งเสริมการใช้จักรยาน

นิรันดร  โพธิกานนท์
ลงข่าวสารฉบับที่ 1 ปีที่ 1 เดือน กันยายน 2547

..........การรณรงค์ให้ใช้จักรยานเดินทางในชีวิตประจำวันในระยะใกล้นั้น มีการดำเนินการมานานแล้วตั้งแต่ปี พศ.๒๕๓๙  เราพบกันว่าในปัจจุบัน มีคนหนุ่ม คนสาว แต่งตัวทะมัดทะแมง สะพายเป้หรือกระเป๋า ปั่นจักรยานเดินทางในถนนต่างๆ ให้พบเห็นกันถี่ขึ้นเรื่อยๆ นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศถือว่าเป็นขาประจำในหมู่ผู้ใช้จักรยานทั้งในเมืองและนอกเมืองเชียงใหม่  เกือบทุกวันอาทิตย์จะมีนักท่องเที่ยวต่างเชื้อชาติขี่จักรยานที่นำมาจากบ้านเองหรือเช่า..มาร่วมปั่นกับชมรมจักรยานวันอาทิตย์ฯ ณ ข่วงประตูท่าแพ  บางสัปดาห์เมื่อมีการย้อนรอยประวัติศาสตร์ซึ่ง รศ.สมโชติ อ๋องสกุล เป็นวิทยากร ก็จะมีนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆที่เข้าร่วมกิจกรรมจักรยานเพื่อการเรียนรู้  มาร่วมด้วย 
..........กลุ่มเป้าหมายผู้ใช้จักรยาน..ซึ่งในอนาคตจะเป็นผู้ใช้รถใช้ถนนที่ดีของประเทศเรา ได้แก่นักเรียน และผู้ปกครองที่อยากให้ลูกโตแบบช่วยตนเองเป็น  ครูและผู้ใหญ่ในวัยทำงานในระยะใกล้ ๑-๕ กม. จะออกมาใช้จักรยานกันมากขึ้น  ข้อมูลการศึกษาต่างๆด้วยแบบสอบถามที่เกี่ยวข้องกับการใช้จักรยาน มักพบความเห็นด้วยกับการใช้จักรยานทั้งทางตรงและทางอ้อมร้อยละ ๓๐ – ๘๐     ชุติวรรณ สบายฤทัย(๒๕๔๓) ศึกษาพบว่าผู้ปกครองร้อยละ ๗๖ มีจักรยานอยู่ที่บ้าน ตั้งแต่ ๑ – ๖ คัน และมีข้อสังเกตุว่า คนที่มีฐานะดีหรือมีรถยนต์ใช้นั้น...มักจะมีรถจักรยานขนาดใดขนาดหนึ่งอยู่ในบ้านหลายคัน หรือมีเท่าจำนวนคนในครอบครัว และคิดเทียบได้ว่าผู้ปกครอง ๑๐๐ รายมีจักรยานในครอบครองอยู่ ๑๗๐ คัน  จึงกล่าวได้ว่าประชาชนมีความพร้อมที่จะใช้จักรยานหรือให้ลูกหลานใช้จักรยานถ้ามีทางจักรยานที่ปลอดภัย  ซึ่งจะช่วยให้การใช้รถยนต์ส่งลูกหลานที่ช่วยตัวเองได้แล้วไปโรงเรียนมีน้อยลง  และหากดูในถนนเจริญประเทศเป็นตัวอย่างที่ทุกฝ่ายจะร่วมกันทดลองหาทางต่างๆแก้ไขให้รถยนต์เป็นพาหนะส่ง-รับลูกหลานน้อยลง แต่ลูกหลานยังไปถึงโรงเรียนปลอดภัยและทันโรงเรียนเข้าแล้ว  นักเรียน..ลูกหลานของเราก็จะสูดอากาศที่บริสุทธิ์ยามเช้าได้มากขึ้นแทนที่อากาศซึ่งมีมลพิษสูงจากสารระเหยของน้ำมันเบนซิน และจากการเผาไหม้ไม่หมดจดจากรถเครื่องยนต์ทุกชนิดในสภาพรถติด  ผู้ปกครองที่ขับรถส่วนตัวไปส่งลูกเองในถนนเจริญประเทศเล่าว่าต้องใช้เวลาจาก รร.มงฟอร์ต จนพ้น สามแยกกงศุลอังกฤษเก่าระหว่าง ๓๐-๔๕ นาทีทุกวันในระยะทางประมาณ ๑ กม. และจากการสอบถามผู้ปกครอง ๑๘๘๖ คนที่มีลูกหลานเรียนในโรงเรียนถนนเจริญประเทศในมาตรการต่างๆ เพื่อแก้ปัญหารถติดมลพิษมากนั้น มีผู้เห็นด้วยกับการจัดให้มีทางจักรยานขนาดสวนกันได้..ที่ประชาสัมพันธ์ ให้คนรับรู้และร่วมมือร่วมใจทั่วถึง สวนเข้าถนนเจริญประเทศ ร้อยละ ๓๑  และเห็นด้วยกับการส่งเสริมให้นักเรียนชั้น ป.๕ ขึ้นไป ซึ่งบ้านอยู่ใกล้ (๑- ๕ กม.) ขี่จักรยานไปเรียนและกลับบ้านเองร้อยละ ๓๐  ซึ่งในขณะที่สอบถามนั้นมีผู้ใช้จักรยานไปโรงเรียนไม่ถึงร้อยละ ๑
..........ดังนั้นถ้าเราจะเปลี่ยนภาพเมืองเชียงใหม่จากตัวอย่างของถนนเจริญประเทศที่ใช้จักรยานเพิ่มเป็นร้อยละ ๒๕ -๓๐ ก็จำเป็นต้องส่งเสริมการใช้จักรยานอย่างจริงจัง และต้องเริ่มต้นที่การมีทางจักรยานที่ใช้ได้จริง สะดวกและปลอดภัย  คือไม่ให้ใครถูกรถชนในทางจักรยานหรือให้คนขับรถเครื่องยนต์เกรงต่อการเข้าไปชนคนในทางจักรยาน  การพยายามส่งเสริมให้คนใช้จักรยานโดยไม่มีทางจักรยานที่ใช้ได้จริงอย่างในปัจจุบันเปรียบเหมือนกับการวิ่งเอาหัวชนกำแพงหรือเข็นครกขึ้นภูเขา   หากเมืองเชียงใหม่ไม่มีทางจักรยานที่จูงใจให้คนใช้ได้จริงและปลอดภัยด้วยสำหรับส่งเสริมการใช้จักรยานอย่างจริงจัง...ก็เหมือนกับมหาวิทยาลัยและโรงเรียนที่ไม่มีห้องสมุดที่มีมาตร ฐานและไม่มีระบบอินเทอร์เน็ตให้นักศึกษาและนักเรียนใช้ค้นคว้าหาความรู้  และการมีทางจักรยานที่ใช้ได้จริงเปรียบเสมือนการมีสัญญลักษณ์ของเมืองที่มีนโยบายส่งเสริมการใช้จักรยานอย่างแท้จริง ซึ่งจะได้รับการประเมินจากนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศทั้งจากยุโรป อเมริกา โอเชียนเนียและประเทศเอเซียที่พัฒนาแล้วว่าน่าอยู่น่าเที่ยวอีกหลายขุม
                                          @@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

 

LOGO GWF logo tcc logo rabn logo SSS