ร่วมกันดูแลจักรยานบนท้องถนนให้ปลอดภัยได้อย่างไร

         ร่วมกันดูแล-ให้ทางจักรยานบนท้องถนนให้ปลอดภัยได้อย่างไร ?         

                                    ...... เฉลิมพล  แซมเพชร

การเดินทางด้วยจักรยานนับได้ว่าเป็นทางเลือกทางหนึ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาการจรา จรแออัดลดควันพิษ และประหยัดพลังงาน นอกจากนี้ยังจะช่วยเพิ่มพูนสุขภาพให้แข็งแรงได้ดีอีกด้วย แต่ด้วยความหวั่นวิตกเรื่องความปลอดภัยจากการขี่จักรยานบนท้องถนนร่วมกับยานพาหนะอื่นซี่งมีขนาดใหญ่กว่าและมีความเร็วสูงกว่า นับว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้คนจำนวนไม่น้อยยังไม่กล้าหรือยังทำให้ลังเลใจที่จะออกไปขี่จักรยาน แต่อย่างไรก็ตามโดยหลักการแล้วถ้าผู้ขับขี่ยานพาหนะทุกฝ่ายขับขี่ด้วยความไม่ประมาท ปฏิบัติตามกฎกติกาของการจราจรอย่างเคร่งครัด และที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือถ้าทุกฝ่ายมีความเอื้อเฟื้อต่อกัน และมีความเห็นอกเห็นใจต่อยานพาหนะที่เล็กและช้ากว่า เช่นจักรยานบ้าง อุบัติเหตุก็จะไม่มีวันเกิดขึ้น แต่ถ้าหากเกิดขึ้นด้วยเหตุสุดวิสัยก็ต้องถือว่าเป็นเครื่องของเคราะห์กรรม

จักรยานเป็นยานพาหนะชนิดหนึ่งที่มีสิทธิที่จะใช้หรือขี่บนท้องถนน และได้รับความคุ้มครองเช่นเดียวกันกับยานยนต์อื่น ๆ ผู้ขี่จักรยานเองก็ต้องปฏิบัติตามกฏของการจราจรอย่างเคร่งครัดเช่นกัน และจะต้องตระหนักอยู่เสมอว่าจะขี่อย่างไรที่จะไม่ไปกีดขวางยานพาหนะอื่นซึ่งมีความเร็วมากกว่าโดยไม่จำเป็น ในขณะเดียวกันผู้ขับขี่ยานยนต์ก็ขอได้โปรดให้ความเห็นอกเห็นใจผู้ขี่จักรยานบ้างเพื่อเราจะได้ใช้ถนนร่วมกันอย่างปลอดภัย และอย่างมีความสุข ซึ่งผู้ขับขี่ยานยนต์สามารถมีน้ำใจเล็ก ๆ    น้อยๆ  บางอย่างให้แก่ผู้ขี่จักรยานได้ดังต่อไปนี้.-

 

การขับตามหลังจักรยาน

ในขณะที่กำลังจะเข้าใกล้รถจักรยานควรชลอความเร็วลง หลีกเลี่ยงการใช้แตรสัญญาณ เพราะว่าโดยทั่วไปแล้วผู้ขี่จักรยานจะรู้สึกได้ว่ามียานยนต์เข้าใกล้มาด้านหลังจากเสียงของเครื่องยนต์ การใช้เสียงแตรที่ดังจะทำให้ผู้ขี่จักรยานตื่นตกใจ และนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุได้อย่าขับขี่ยานยนต์ให้อยู่ใกล้ชิดจักรยานมากเกินไป เพราะว่าผู้ขี่จักรยานนั้นอาจจะเปลี่ยนทิศทางเพื่อหลบหลีกสิ่งหนึ่งสิ่งใดอย่างกระทันหัน เช่น หลบร่องน้ำ หลุม บ่อ ก้อนหิน หรือเศษแก้วแตก เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจจะไม่เป็นอุปสรรค์สำหรับยานยนต์ แต่สำหรับจักรยานแล้วนับว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องหลบหลีกนอกจากนี้เมื่อขับตามหลังเด็กที่กำลังขี่จักรยานจะต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษ เพราะเด็กนั้นอาจจะเปลี่ยนทิศทางของ

จักรยานอย่างกระทันหันด้วยความคึกคะนองหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์

 

การขับแซงจักรยาน

ก่อนที่จะขับแซงจักรยานขึ้นไป ควรรอจังหวะว่ามีความปลอดภัย มีพื้นที่ถนนเพียงพอที่จะไม่เป็นการเบียดจักรยานมากเกินไป ควรให้มีระยะห่างจักรยานอย่างน้อย 90-100 ซม. เมื่อแซงผ่านไปแล้วจะกลับเข้าสู่เส้นทางปกติจะต้องไม่เป็นการตัดหน้าจักรยานที่กระชั้นชิดเกินไป โดยที่ผู้ขับขี่ยานยนต์นั้นสามารถมองเห็นจักรยานได้จากกระจกมองหลังอย่าใช้เสียงแตรสัญญาณในขณะขับแซง และควรลด

ความเร็วลงบ้างขณะที่แซง

 

การเลี้ยวซ้าย-เลี้ยวขวาที่ทางแยก

ในขณะที่หยุดรอสัญญาณไฟจราจรที่สี่แยก ก่อนขับเคลื่อนออกไปเพื่อเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวา ควรระมัดระวังจักยานดังนี้ :

เมื่อจะเลี้ยวซ้าย : โปรดระวังจักรยานซึ่งอาจมีอยู่ด้านในซ้ายมือ ซึ่งจักรยานนั้นอาจจะเลี้ยวซ้าย หรือไปตรงก็ได้ ในกรณีที่จักรยานนั้นเลี้ยวซ้ายเช่นเดียวกันเราจะต้องมั่นใจว่าการเลี้ยวซ้ายของเรานั้นไม่เป้นการเบียดจักรยานจนเกินไป แต่ในกรณีที่จักรยานนั้นไปตรง (ผู้ขี่จักรยานนั้นควรให้สัญญานมือให้กับผู้ขับขี่ยานยนต์) ก็ควรรอให้จักรยานขี่ผ่านไปก่อน แต่ถ้าหากจะต้องไปก่อน จะต้องมั่นใจว่าไม่เป็นการตัดหน้าจักรยานที่กระชั้นชิดเกินไป ท่านจะต้องตระหนักว่าผู้ขี่จักรยานที่มีความชำนาญนั้นจะออกตัวได้อย่างรวดเร็วที่ท่านคาดไม่ถึงทีเดียว

            เมื่อจะเลี้ยวขวา :  ก่อนเลี้ยวขวาจะต้องระมัดระวังจักรยานที่กำลังมาทางตรงจากฝั่งตรงกันข้าม เช่นเดียวกันกับที่ท่านต้องระวังยานยนต์จากทิศทางเดียวกัน และต้องตระหนักไว้ว่า จักรยานที่กำลังวิ่งมาทางตรงนั้นอาจมีความเร็วพอ ๆ กับความเร็วของยานยนต์ได้

 

อื่น ๆ    - โปรดระวังจักรยานก่อนเปิดประตูรถ

  -    ถนนที่เปียกหรือมีน้ำขัง โปรดระวังน้ำกระเซ็นใส่ผู้ขี่จักรยาน เหมือนกับที่ท่านไม่ต้องการให้ยานยนต์คันอื่นทำน้ำกระเซ็นใส่รถ

     ของท่าน

-    แรงของลมอาจปะทะจักยานขณะที่ท่านขับแซงด้วยความเร็ว (โดยเฉพาะรถใหญ่มีแรงปะทะมากขึ้น)

---------------------------------

 

 

LOGO GWF logo tcc logo rabn logo SSS