ถนนที่ขี่รถถีบได้ ปลอดภัยที่สุดในเมืองไทย

   ถนนที่ขี่รถถีบได้ปลอดภัยที่สุดในเมืองไทยอยู่ในเชียงใหม่ !                
             ... มร.ไบค์แมน               
                   ทุกท่านที่อ่านหัวเรื่องนี้ต้องฉงนอย่างแรงว่า..เมืองเชียงใหม่มีถนนที่ขี่รถถีบได้ปลอดภัยที่สุดในเมืองไทยจริงหรือ ? … ตามผมมาซีครับ ผมจะพาไปดูให้รู้จริงว่าเป็นอย่างไรและอยู่ที่ไหน ถ้าเราไม่ขับรถยนต์ไปน่าจะรู้แจ้งเห็นจริงได้ดีกว่า  เพราะการขับรถยนต์ไปบนถนนสายที่ว่านี้แบบเหล็กหุ้มเนื้อ จะไม่ทำให้เราสามารถสัมผัสความรู้สึกในความปลอดภัยถึงขุมขนได้อย่างแท้จริงเธอคนที่ผมชวนไปสัมผัสเรื่องนี้ทำหน้างงเพิ่มขึ้นแล้วถามกลับมา“ถ้ายังงั้นเราขี่รถเครื่องหรือรถจักรยานไปกันไม๊คะ?..เนื้อหุ้มเหล็กทั้งสองอย่างเชียวค่ะ”  ผมบอกเธอว่า..”รถเครื่องก็ดี..แค่ขี่ล้มเองก็เจ็บตัวแล้ว ผมเลิกขี่ มันนานแล้ว เราขี่รถถีบไปกันดีไม๊จ๊ะ?”  เธอพยักหน้าตกลง  แล้วราว 9 โมงเช้าวันนั้นซึ่งเป็นช่วงเวลาไม่จอแจนัก..เราสองคนก็ออกจากหอพักบ้านบุญรัตน์ ซอยโรงแรมเชียงคำ เราขี่รถถีบไปด้วยกันสองคัน เมื่อเลี้ยวซ้ายออกจากซอยก็เข้าถนนสุเทพ  เราขี่ไปในช่องทางจักรยานที่เทศบาลทำให้อย่างระมัดระวัง  บนถนนช่วงนั้น มีรถเครื่องและรถยนต์ขับแซงเราไปจำนวนมาก..บางคันบีบแตรเสียงดังเตือนให้เราระวังตัว   ก่อนถึงปั๊มน้ำมันคิวเอท..รถยนต์คันหนึ่งขับแซงแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปเติมน้ำมันซึ่งเพิ่งปรับราคาขึ้นไปเมื่อคืนที่ผ่านมา เรานึกขอบคุณ..ที่รถคันนั้นไม่ตัดหน้าเฉียดเราเหมือนที่คนอื่นเขาเจอกัน  พอใกล้ถึงซอยมะลิซ้อนซึ่งเป็นสี่แยกเยื้องกันกับถนนศิริมังคลาจารย์ข้าง รพ.มหาราช เราก็ถีบรถผ่านไฟเขียวตรงไป ช่วงผ่านสี่แยกนี้..ทั้งรถยนต์ รถเครื่องต่างเร่งแซงเราออกไป ควันไอเสียที่พ่นออกมาเสียดแทงเราไม่น้อย รถเครื่องเร่งพุ่งแซงขึ้นไปทางด้านซ้ายของรถยนต์อย่างรวดเร็ว เราทั้งสองคนตั้งสมาธิขี่และให้สัญญานมือหลบรถยนต์ที่จอดคร่อมทางรถจักรยานมาเป็นระยะ ๆ บางช่วงก็มีรถยนต์จอดคร่อมทางจักรยานต่อเนื่องกันหลายคัน เราต้องชำเลืองกระจกมองหลังกันเป็นพัก ๆ ขณะแซงแถวรถยนต์นั้นออกไป  ที่หน้า รพ.ประสาท เราเห็นแม่อุ๊ยกับหลานสาวกำลังรอรถข้ามถนนอยู่สองคนบนทางม้าลาย ขณะนั้นมีรถยนต์เก่าคันหนึ่งแสดงน้ำใจหยุดให้คนทั้งสองข้ามไป  แต่รถยนต์ป้ายแดงกับรถเครื่องอีกคันของหนุ่มซ้อนสาวยังดันทุรังแซงขวาขึ้นไปตัดหน้าแม่อุ๊ยกับหลานอย่างน่าหวาดเสียว  จากนั้นเราก็ผ่านหน้าวัดสวนดอก ซึ่งเป็นช่วงที่ถนนสุเทพกว้างมาก..รถยนต์สามารถวิ่งหน้ากระดานเรียงสามไปได้สบาย เมื่อเลยธนาคารกรุงเทพ..ที่ติดกับซอยซ้ายมือ เราเจอรถยนต์อีกคันที่รีบเลี้ยวซ้ายออกจากซอยตัดหน้าเราไปอย่างร้อนรน  พอผมเบรคกระทันหัน..เธอที่ตามหลังมาก็เบรคตัวโก่งและส่งเสียงตกใจตามมาทันที  อย่างไรก็ตามการเดินทางของเราก็ยังคงอยู่ในสถานการณ์ที่ควบคุมได้เหมือนกับวันอื่นๆที่ผ่านมานั่นเอง  จากนั้นเราก็เลี้ยวซ้ายที่สามแยกทางเข้าสนามบินก่อนถึงกาดต้นขยอม  เราเสียเวลาอยู่ครู่หนึ่งในการเจรจาขอขี่รถถีบผ่านเข้ากองบิน 41 กับทหารรักษาการณ์เพราะโดยปกติรถจักรยานไม่มีการออกใบอนุญาตให้ผ่านกัน  ในที่สุดก็ได้รับอนุญาตให้เดินทางผ่านไปได้  “เยี่ยมจริงๆ ปกติเขาอนุญาตให้แต่รถยนต์เท่านั้นผ่านได้ใช่ไหมคะ” เธอกล่าวด้วยความดีใจ   “ถ้านักศึกษา มช.และคนทำงานแถวถนนนิมมานเหมินทร์ กับย่านถนนสุเทพที่ต้องผ่านมาจากทางสี่แยกหางดงได้รับอนุญาตให้ขี่รถถีบลัดมาได้ คงจะดีไม่น้อย” เธอให้ความเห็นเสริมต่อที่แหลมคมทีเดียว   “ในขณะนี้มีแต่รถยนต์หรอกนะที่ทางกองบินฯ อนุญาตให้ผ่านได้ ” ผมบอกเธอเท่าที่รู้มา    เมื่อขอบคุณทหารรักษาการณ์ทางเข้า-ออกแล้ว เราก็เดินทางต่อ  คราวนี้ผมขอให้เธอแซงขึ้นไปนำหน้า แล้วขี่กันไปบนไหล่ถนนซึ่งกว้างราวข้างละ 70 – 80 ซม.  เราพบว่ามีแต่รถยนต์เท่านั้นที่ขับแซงเราไป  ผมสังเกตุเห็นว่าช่องว่างระหว่างเธอกับรถยนต์ที่แซงผมขึ้นไปนั้นห่างกันเหลือเฟือ ในระหว่างทางเราเห็นป้ายจำกัดความเร็วไว้ไม่ให้เกิน 60 กม./ชั่วโมง  รถยนต์ทุกคันขับเรียงกันไปอย่างเรียบร้อยโดยไม่มีการแซงกันเหมือนในถนนอื่นๆและอยู่ในความเร็วที่จำกัดนั้นอย่างว่านอนสอนง่าย  เธอเหลียวมาบอกผมด้วยความแปลกใจ”แหม..ถ้าในถนนสุเทพ และในเมืองเชียงใหม่เป็นอย่างนี้ได้หมดก็ดีสิคะ” ผมเสริมความเห็นกลับไป”ถ้าคนขับรถยนต์เชียงใหม่ส่วนใหญ่เคารพกฎกันเหมือนที่นี่..ถึงไม่มีทางจักรยานแบบถนนสุเทพ..ขี่รถถีบไปโดยไม่มีทางจักรยานก็ปลอดภัยจ้ะ”  เราขี่รถตรงไปอีกสักครู่ก็เห็นทางออกใกล้สนามบินอยู่ข้างหน้า  รถยนต์อีกหลายคัน ชลอความเร็วลงและแซงเราไปคันแล้วคันเล่า ใกล้ ๆ ทางออกนั้นมีป้ายแผ่นหนึ่งบอกข้อความที่ประทับใจเธอมาก..“ขับรถมีวินัย ให้ความปลอดภัยแก่ผู้ร่วมทาง” ในที่สุดเราก็ผ่านทางลัดกองบิน 41 มาถึงถนนหน้าทางเข้าสนามบินนานาชาติเชียงใหม่ด้วยความสบายใจ  รถยนต์อีกหลายคันแซงเราไปและตรงไปทางสามแยกสนามบิน  มีไม่กี่คันเองที่ผ่านทางลัดออกมาแล้วเลี้ยวขวาเข้าสนามบินไป  ผมกับเธอแวะพักดื่มอะไรเย็น ๆ ที่ปั๊มน้ำมัน ปตท.  เธอยิ้มและพยักหน้าเห็นด้วย”ไม่น่าเชื่อเลยนะว่าถนนที่ขี่รถถีบได้ปลอดภัยที่สุดในเมืองไทยที่ฉันพบ..คือเส้นทางลัดกองบิน 41 นี้เอง”  เธอยังติดใจ ถามผมแกมออกความเห็นอีกว่า”ถ้าเขาอนุญาตให้นักศึกษาและคนทำงานขี่รถถีบผ่านกองบิน 41 ได้ คนจำนวนมากคงจะช่วยชาติประหยัดน้ำมันได้เยอะนะ ..เธอเห็นด้วยกับฉันไหม?”  ผมนึกชมเธออยู่ในใจ เธอถามดีเหลือเกิน ผมเห็นด้วยกับเธอเกินร้อยทีดียว เพราะมันอาจจะกลายเป็นแรงผลักดันให้คนขับรถสัญจรในถนนต่าง ๆ ของเชียงใหม่เป็นเหมือนกับที่ขับกันในถนนสายนี้ด้วย !  

 

LOGO GWF logo tcc logo rabn logo SSS