การดูแลให้ทางแก่ผู้ใช้จักรยาน สำหรับผู้ขับรถยนต์

 ประชุมพร สัตโยภาส แปลจาก “http://ohbike.org/handbook.html”

Q การขับตามรถจักรยาน : เมื่อพบผู้ขี่จักรยาน ให้ชะลอความเร็ว อย่าใช้แตร ปกติผู้ขี่จักรยานจะได้ยินเสียงรถที่เข้ามาใกล้และเสียงดัง ๆ อาจทำให้เขาตกใจและเกิดอุบัติเหตุได้ อย่าตามใกล้เกินไป เพราะรถจักรยานอาจจะหยุดหรือเปลี่ยนทางไปซ้าย-ขวาได้เร็ว จงเตรียมพร้อมเผื่อไว้ว่าผู้ขี่จักรยานอาจจะเบี่ยงรถเข้าใกล้เพื่อหลบสี่งกีดขวางบนถนน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจักรยานที่ขี่โดยเด็ก ๆ อาจจะเปลี่ยนทางได้ง่าย ๆ

Q การแซงรถจักรยาน : รอจนกระทั่งปลอดภัยจริง ๆ จึงจะแซง ควรจะมีช่วงห่างระหว่างรถยนต์ที่แซงกับจักรยานอย่างน้อย 1 เมตร (ประมาณ 3 ฟุต) และขับแซงเลนขวา จนเห็นรถจักรยานคันนั้นทางกระจกมองหลังไกลแล้วจึงค่อยชิดซ้าย อย่าใช้แตรขณะแซง อย่าขับรถตีคู่กับผู้ขี่จักรยาน ควรชะลอความเร็วลงก่อนและแซงเมื่อมีช่องว่างให้แซงได้อย่างปลอดภัย

Q เลี้ยวซ้ายขวา : รถจักรยานไม่จำเป็นจะต้องขี่อยู่ทางซ้ายสุดของถนนเสมอไป ผู้ขี่จักรยานก็ต้องอยู่ในช่องทางที่ถูกต้องก่อนเลี้ยว อย่าแซงแบบเลี้ยวตัดหน้ารถจักรยาน เพราะผู้ที่ขี่จักรยานเก่ง ๆ อาจจะขี่ด้วยความเร็วสูงถึง 30-45 กม./ชม. ทีเดียว อาจกลายเป็นการปาดหน้าจักรยานด้วยความประมาท

Q กฎสำหรับคนขับรถยนต์

1. ปกติแล้วตามกฎจราจร รถจักรยานจะต้องขี่อยู่บนไหล่ทางที่ปูคอนกรีตหรือแอสฟัลท์ หรือด้านซ้ายสุดของช่องทางจราจร เมื่อทางนั้นกว้างพอสำหรับรถยนต์และจักรยาน อย่างไรก็ตาม บางสถานการณ์จักรยานก็อาจต้องมาอยู่ในช่องจราจรทางขวา เช่น

- เมื่อจักรยานต้องแซงพาหนะอื่น ๆ ซึ่งแล่นไปในทางเดียวกันในสภาพจราจรหนาแน่นและวิ่งช้า

- เมื่อจักรยานเตรียมจะเลี้ยวขวา

- เมื่อผิวจราจรไม่ปลอดภัย เช่น ถนนกำลังซ่อม, รถจอด, คนเดิน, สัตว์, หลุม, ขยะ,เศษแก้ว

- เมื่อช่องทางจราจรแคบเกินกว่าจะให้รถยนต์และรถจักรยานใช้ร่วมกันได้ ให้ขับตามหลังจักรยานไปก่อน

2. จักรยานไม่จำเป็นที่จะต้องอยู่ช่องทางซ้ายสุดเสมอ เมื่อผู้ขี่จักรยานจะเปลี่ยนช่องทางเพื่อจะเลี้ยวขวา เขาก็ต้องขี่ในช่องทางเดียวกับยานพาหนะอื่น ๆ ซึ่งจะเลี้ยวไปทางเดียวกัน

3. ผู้ขับรถต้องขับตามผู้ขี่จักรยานเมื่อเตรียมจะเลี้ยวขวา อย่าขับรถตัดหน้ารถจักรยาน จักรยานอาจขี่ได้เร็วถึง 30-45 กม./ชม.

4. เมื่อเลี้ยวขวาบนทางแยก ให้ระวังรถจักรยานที่ขี่สวนทางมา เช่นเดียวกับที่คุณต้องระวังรถยนต์คันอื่น ๆ

5. อย่าบีบแตรใส่ดัง ๆ เมื่อขับรถเข้าใกล้รถจักรยาน อาจทำให้เขาตกใจและเกิดอุบัติเหตุได้

6. ก่อนเปิดประตูรถให้ระวังเผื่อมีรถจักรยานแซงมาจากด้านหลังทางขวา

7. ในสภาวะอากาศไม่ดี เช่น ฝนตก ให้ขับตามจักรยานห่างกว่าปกติและแซงในระยะห่าง เช่นเดียวกับที่คุณจะกระทำเมื่อแซงผ่านรถประเภทอื่น ๆ

8. การแซงจักรยานให้ปลอดภัย ควรคำนึงถึง

- แรงลมจากรถคันใหญ่ ๆ อาจทำให้รถจักรยานถูกดูดเข้าใกล้รถได้ถึง 2-3 ฟุต ขึ้นอยู่กับความเร็ว

สัมพัทธ์ระหว่างพาหนะทั้ง 2 คัน

- ต้องแซงให้ห่างจักรยานอย่างน้อย 1 เมตร

- อย่าขับรถคู่ไปกับรถจักรยาน เมื่อจะแซงให้ชะลอความเร็วและเปลี่ยนไปใช้ช่องทางอื่นหรือใช้ช่องทางจราจรที่สวนมา หากมีรถสวนให้ขับตามจักรยานช้า ๆ จนกระทั่งไม่มีรถสวนจึงจะแซง

9. ระวังการกระทำที่ไม่ได้คาดคิดจากเด็ก ๆ ที่ขี่จักรยาน อุบัติเหตุของเด็ก ๆ ที่ขี่จักรยานมักจะเป็นการขี่จักรยานพรวดพราดขึ้นถนนจากซอย หรือขึ้นมาจากข้างถนนโดยไม่ระวังหรือดูรถที่ขับผ่านไปมา

10. เมื่อจะเลี้ยวรถผ่านสี่แยกให้ดูทางจราจรทั้ง 2 ทาง รถจักรยานอาจจะขี่สวนทางจราจรที่มีเกาะกลางถนนยาวมากและทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อย

ให้ระมัดระวังเป็นพิเศษสำหรับสาเหตุหลักที่รถยนต์และจักรยานมักจะชนกัน คนขับรถที่เลี้ยวขวามักจะไม่มองหรือประเมินความเร็วของจักร

ยานที่สวนทางมาผิด เมื่อจะเลี้ยวซ้ายคนขับรถยนต์ควรจะขับตามหรือนำหน้ารถจักรยานได้ไกลพอก่อนจะเลี้ยวโดยไม่ตัดหน้าจักรยาน และ

สาเหตุของอุบัติเหตุอย่างที่สามก็คือ คนขับรถมักจะไม่หยุดหรือให้ทางแก่จักรยานที่มาตามทางเอก ณ ป้ายหยุดตามทางแยก แท้จริงแล้วกฎจราจร

ทางเอก ทางโท ต้องใช้อย่างเท่าเทียมกันไม่ว่าจะเป็นรถยนต์หรือรถจักรยาน

......................................

 

LOGO GWF logo tcc logo rabn logo SSS